หยุดความขี้เกียจในตัวเอง 5 วิธีทำได้จริง
ความขี้เกียจไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ถ้าปล่อยไว้นานจะกลายเป็นนิสัย มาดูวิธีหยุดมันจากภายในตัวเองด้วย 5 ขั้นตอนง่ายๆ ที่เริ่มได้ทันที

ความขี้เกียจไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดปกติ ทุกคนมีกันทั้งนั้น จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ถ้าปล่อยไว้จนกลายเป็นนิสัย มันจะหยุดเราไม่ให้ทำอะไรสำเร็จ เจนจากรายการสวัสดีวันใหม่เสนอวิธีหยุดความขี้เกียจในตัวเองไว้ 5 ข้อ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ
ที่ทำได้ทันที
ความขี้เกียจเกิดจากอะไร
หลายคนคิดว่าความขี้เกียจคือการไม่ทำอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วมันคือนิสัยที่ชอบหยุดพักก่อนที่จะรู้สึกเหนื่อยจริงๆ เราแค่หยุดก่อนทั้งที่ยังไม่เหนื่อยด้วยซ้ำ
อีกสาเหตุหนึ่งคือ mindset กลัวความล้มเหลวที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก เราอาจเคยได้ยินคำพูดซ้ำๆ ว่า ทำไม่ได้หรอก ไม่ประสบความสำเร็จหรอก ทำไปก็ไม่ดีขึ้น เดี๋ยวก็เจ๊ง คำเหล่านี้ทำให้เราไม่กล้าลงมือทำ แล้วดึงความขี้เกียจออกมาแทน
ความขี้เกียจไม่ใช่อะไรเลยนอกจากนิสัยที่ชอบหยุดพักก่อนที่จะรู้สึกเหนื่อยจริงๆ
เริ่มทำสิ่งเล็กๆ ให้สำเร็จก่อนได้ไหม
ได้ และนี่คือวิธีแรกที่ง่ายที่สุด ขั้นตอนที่ยากที่สุดของการทำอะไรสักอย่างคือการเริ่มต้น เพราะฉะนั้นให้เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ไม่ยากก่อน เช่น ออกกำลังกายวันละ 10-15 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น
หรือจะเป็นการเพิ่มศักยภาพตัวเองเรื่องภาษา การทำอาหารก็ได้ อีกวิธีคือทำเช็คลิสต์ว่าเป้าหมายของวันนี้มีอะไรบ้าง พอกลับบ้านก่อนนอนก็เช็คดูว่าทำอะไรไปแล้วบ้างแล้วติ๊กถูก
สิ่งนี้จะทำให้เราเสพติดความสำเร็จ เมื่อติดแล้วเราจะรู้สึกอยากทำ รู้สึกขยันขึ้นเองโดยไม่ต้องฝืน
มือถือทำให้ขี้เกียจจริงหรือ
จริงในแง่ที่มันดึงความสนใจเราไปตลอด ทุก 5 นาที 10 นาที เราก็ต้องเช็คมือถือ ไอจี ทวิตเตอร์ ไลน์ เฟสบุ๊ค เด้งตลอดเวลา
ลองปิดเสียงดู ถ้ายังทำไม่ได้ก็ตั้งกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนว่า ฉันจะเล่นมันแค่ทุกๆ 2 ชั่วโมงเท่านั้น แล้วห้ามแหกกฎของตัวเอง
กลัวล้มเหลวจนไม่กล้าทำอะไร ทำอย่างไรดี
ต้องเปลี่ยน mindset ที่กลัวความล้มเหลวก่อน หลายคนไม่กล้าลงมือทำอะไรเลยเพราะกลัวว่าทำแล้วจะไม่สำเร็จ ความกลัวนี้อยู่ในจิตใต้สำนึกมานาน จนกลายเป็นกำแพงที่หยุดเราไว้
วิธีคือลองผิดลองถูกลงมือทำ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย การยอมรับว่าอาจล้มเหลวได้แต่ยังลองมันดีกว่าปล่อยให้ความกลัวหยุดเราไว้
อยู่กับคนแบบไหนทำให้เราขยันขึ้น
การอยู่กับคนที่มีแรงจูงใจ มีแรงผลักดัน อยากประสบความสำเร็จ จะช่วยดึงเราไปในทางนั้น แรงจูงใจหมายถึงความเต็มใจที่อยากทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ
ภาษากาย นิสัย บุคลิกภาพมันติดต่อกันได้ เมื่อเราอยู่กับคนที่มองว่าอะไรก็ทำได้ เราจะติดนิสัยนั้นมาโดยไม่รู้ตัว กลับกันถ้าอยู่กับคนที่พูดว่า เหนื่อยจัง ไม่อยากทำแล้ว ฉันว่าไม่ทำดีกว่า เราก็จะกลายเป็นคนขี้เกียจโดยไม่รู้ตัว
ตื่นเช้าช่วยลดความขี้เกียจได้อย่างไร
การตื่นเช้าคือการซื้อเวลาให้ชีวิตตัวเอง หลายคนทำงานออฟฟิศ ถึงบ้านก็เย็นมากแล้ว ไม่อยากทำอะไรต่อ เหนื่อยจนไม่มีเวลาเหลือ
แต่ช่วงเช้าที่เราตื่นขึ้นมา เราจะทำสิ่งที่อยากทำได้ เช่น ออกกำลังกาย 15 นาที ทำอาหารเช้ากินเอง หรืออ่านหนังสือ ตั้งใจไว้ว่าจะทำทุกวัน อาจเริ่มแค่ 15-20 นาที พอชินแล้วค่อยเพิ่ม เพราะถ้าออกหนักตั้งแต่แรกจะรู้สึกเหนื่อยและไม่อยากทำ
หรือจะตั้งเป้าหมายเล็กๆ เช่น เรียนภาษาครึ่งชั่วโมงหลังเลิกงาน ทำอาหารเย็นกินเอง ตั้งใจแล้วทำมันให้ได้ เมื่อฝึกทำสิ่งเหล่านี้เป็นรูทีนทุกวัน ความขี้เกียจจะค่อยๆ หายไป กลายเป็นความขยันแทน
ความขี้เกียจในอดีตไม่ได้สำคัญเท่าความขยัน
ความขี้เกียจเป็นเรื่องปกติไหม
เป็นเรื่องปกติมาก เจนบอกว่าความขี้เกียจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่เรื่องแปลก เราทุกคนรู้สึกขี้เกียจกันอยู่แล้ว
แต่เมื่อมันเกิดขึ้น ขอให้เรารู้ตัว ขอให้ควบคุมมันได้ แล้วรีบไล่มันออกจากตัวเราไปเร็วที่สุด อย่าปล่อยให้มันค้างอยู่นานจนกลายเป็นนิสัย
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากรู้สึกว่าความขี้เกียจหรือภาวะอารมณ์อื่นๆ กระทบชีวิตจนทำอะไรไม่ได้เลย สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย