ฮีลใจก่อนนอน ปรับความคิดบรรเทาความรู้สึกทำยังไง
บางความรู้สึกไม่ต้องรีบหายไป แค่ต้องเปิดทางให้ตัวเองได้รู้สึกอย่างเต็มที่ แล้วความเหนื่อยล้าจะค่อยๆ เจือจางลงเอง

ความรู้สึกผิดหรือความเหนื่อยล้าในใจ ไม่ได้จางหายไปเพราะเราสั่งให้มันหาย แต่จางลงได้เพราะเรายอมให้ตัวเองได้รู้สึกมันอย่างเต็มที่ก่อน แล้วค่อยๆ คุยกับตัวเองเหมือนคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง
แบม สิวาชยา พูดไว้ในพอดแคสต์ฮีลใจก่อนนอนตอนส่งท้ายปีว่า หลายคนตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ต้นปี แต่พอใกล้สิ้นปีกลับพบว่าเช็กลิสต์ยังว่างอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องกดดันตัวเอง เพราะสิ่งที่เรารอคอยกำลังเดินทางมา
สิ่งที่เรารอคอยและตั้งใจกำลังเดินทางเข้ามาบรรจบกันตรงกลางในช่วงเวลาหนึ่ง
ยังทำเป้าหมายปีนี้ไม่สำเร็จ ควรรู้สึกยังไง
แบมเล่าว่าตัวเองก็มีเป้าหมายที่ตั้งใจว่าจะทำในปีนี้ แต่จนจบปีก็ยังไม่ได้ทำ พอเห็นเช็กลิสต์ที่ว่างอยู่ก็ได้แต่ยิ้มบางๆ แล้วบอกตัวเองว่าเดี๋ยวก็ได้ทำ จังหวะเวลานั้นเดี๋ยวมันก็มาถึงเอง
มุมคิดที่แบมชอบคือการฝากตัวเราในอนาคตจัดการงานตรงหน้าที่ยังกองไม่เสร็จ ถึงตอนนี้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่เราได้ลงมือไปแล้ว อาจแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี
ทำวันละนิดวันละหน่อย เหนื่อยก็พักก่อน ดีกว่าปล่อยตัวเองให้จมจนไม่มีแรงลุกมาทำงานต่อในเช้าวันใหม่ แล้วสุดท้ายก็ต้องทำทันก่อนเดดไลน์อยู่ดี
ทำไมเราถึงเหนื่อยกับการใส่ใจตัวเอง
เมื่อชีวิตหมุนตามเข็มนาฬิกา มีหลายช่วงที่เราเผลอละเลยใส่ใจตัวเอง ฟังเสียงคนอื่นดังกว่าเสียงหัวใจตัวเอง และมันเหนื่อยไม่แพ้การสู้ชีวิตเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าน้ำค่าไฟ
ไม่มีตำราเรียนบทไหนสอนการใช้ชีวิตในสังคมอย่างแท้จริง หลักสูตรท่องจำอาจใช้ไม่ได้ผล เพราะการเรียนรู้จิตใจมนุษย์เป็นหน้าที่ที่แต่ละคนต้องเผชิญและเข้าใจด้วยตัวเอง
บางคนโชคดีเรื่องความสัมพันธ์ ไปไหนก็มีคนรักคนเอ็นดู แต่ก็ยังหลบไม่พ้นคำพูดที่กระแหนะกระแหน จนเกิดความสงสัยในตัวเองว่าที่ฉันเป็นอยู่นี้ถูกต้องหรือเปล่า
คำพูดคนอื่นกัดกินใจจนไม่กล้าเป็นตัวเอง ทำยังไง
กำแพงในใจเริ่มก่อตัวเมื่อคำพูดและการกระทำทำให้เราสงสัยในตัวเอง จนบางครั้งแม้จะยิ้มให้คนอื่นก็ยังรู้สึกเกร็ง และไม่กล้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากใคร
การเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำๆ ในสังคมเดิมๆ ทำให้ความรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะสมกัดกินหัวใจที่เคยเข้มแข็งจนเปราะบางและเสียศูนย์
แบมบอกว่าเราควบคุมความคิดคนอื่นไม่ได้ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นปกติ ไม่มีทางที่ทุกคนบนโลกจะชอบเราทุกคน
ถ้ามั่นใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ใช้ชีวิตของเราต่อไป เว้นระยะกับสิ่งนั้นอย่างพอดีตามที่หัวใจเรียกร้อง และเลือกเก็บแต่ความใจดีของคนบางคนไว้
อย่านำเสียงของคนอื่นมาเป็นเสียงที่ดังกว่าตัวตนเราในหัว
การทำให้ทุกคนพอใจแลกกับความเจ็บปวดของตัวเอง
ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสำคัญกับการทำให้ทุกฝ่ายพอใจ ยอมแลกกับความเจ็บปวดของตัวเอง เพื่อลดความขัดแย้งและหลีกเลี่ยงการปะทะทางประสาท
คำถามคือ อะไรทำให้เราอยากทำให้อีกคนพอใจเสมอ ต้องแยกให้ออกว่าเราแคร์คนอื่น หรือเราแคร์ความคิดที่คนอื่นมีต่อตัวเรา
การทำทุกอย่างให้ออกมาดีเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าโลกความจริงไม่มีอะไรสวยงามตลอดไป ชีวิตมีขึ้นมีลง เราทำได้แค่ยอมรับและหาวิธีทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
แบมเคยคุยกับคนหนึ่งที่ดูเข้มแข็งพอจะไม่สนใจสายตาคนอื่น ขอแค่อย่าทำเรื่องที่จะเดือดร้อนคนอื่น และพอมองย้อนกลับมาแล้วยังชอบตัวเองก็พอ
ความรู้สึกผิดวนซ้ำในหัว ปล่อยวางได้ยังไง
ความรู้สึกไม่ดีมักวนอยู่ไม่ไปไหน แต่เราชะลอมันได้ด้วยการคุยกับตัวเอง เป็นเพื่อนกับตัวเองให้ได้ และพาเพื่อนคนนี้ออกไปทำสิ่งที่ชอบ
สมองกับหัวใจเป็นอวัยวะคนละส่วนแต่ทำงานร่วมกัน สมองอาจเข้าใจทุกอย่าง แต่ความรู้สึกของหัวใจอาจไม่สอดคล้องกับความคิดของสมอง
เมื่อสองส่วนตีกัน เราจะสับสน ไม่แน่ใจว่าควรทำอะไรต่อ สายน้ำแห่งความรู้สึกผิดก็ยังไหลเวียนในร่างกาย และแผ่ความอึมครึ่มออกมาสู่คนรอบข้าง
การพูดคุยกับตัวเองช่วยแก้ความรู้สึกเชิงลบนี้ และทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะเราย้อนเวลาไปแก้เรื่องที่ผิดพลาดไม่ได้ และไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น
รู้สึกผิดได้ แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้ด้วยเช่นกัน
ปล่อยวางเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ ทำได้จริงไหม
เรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ ยิ่งปล่อยวางได้ง่าย อย่าคิดวนจนยึดติด เพราะจะมีแต่เราที่ใจเป็นทุกข์หนักอึ้ง จนลืมความรู้สึกเบาสบายใจในตอนนั้น
แบมบอกว่าเชื่อว่าเราตัดสินใจทำหรือไม่ทำ ด้วยข้อมูลที่มีในเวลานั้นอย่างถี่ถ้วนที่สุดแล้ว ทำเท่าที่เราไหว รู้สึกได้เท่าที่อยากรู้สึก
ยอมรับฟังเสียงหัวใจตัวเอง เติมตัวเองให้เต็มก่อนในวันนี้ แล้วเมื่อพร้อมก็ค่อยแบ่งปันให้กับคนอื่น เพราะทุกความรู้สึกล้วนมีความหมายและมีคุณค่าต่อการรับรู้
ความรู้สึกมีช่วงเวลาที่ค่อยๆ จางหายไปเอง แต่ละคนใช้เวลาเยียวยาไม่เท่ากัน ถ้ารู้สึกก็รู้สึกให้เต็มที่ไปก่อน นั่นคือการเจือจางความเหนื่อยล้าและบรรเทาความรู้สึกให้เบาลง
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกว่าตัวเองกำลังแย่และต้องการคนคุยด้วย โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย