Alljit Blog
Learn & Share

เรียนจิตวิทยา ต้องเรียนอะไรบ้าง เรียนสายไหนเข้าจิตวิทยาได้

จิตวิทยาไม่ได้มีแค่สายวิทย์อย่างที่หลายคนคิด รากฐานของมันเป็นปรัชญาและต้องใช้ทั้งสถิติและภาษาอังกฤษ มาดูว่าถ้าเลือกเรียนจิตวิทยา จะเจอวิชาอะไรและมีสาขาไหนให้เลือกบ้าง

เรียนนักจิตวิทยา เขาเรียนอะไรกันบ้าง?

ใครอยากเรียนจิตวิทยา คำถามแรกที่เจอบ่อยคือต้องจบสายวิทย์คณิตเท่านั้นไหม คำตอบจากคนที่เรียนอยู่คือไม่ใช่ รากฐานของจิตวิทยาเป็นปรัชญาสูงมาก ตั้งแต่สมัยเพลโต การคิดเรื่องตรรกะและเหตุผลจึงสำคัญพอๆ กับวิทยาศาสตร์

น้องสายศิลป์ที่เรียนสังคมและภาษาเยอะจึงมีส่วนช่วยในการเรียนจิตวิทยาได้เหมือนกัน วิชาคิดวิเคราะห์ที่เรียนในมัธยมเป็นฐานเบื้องต้นให้ต่อยอดได้

เรียนจิตวิทยา ต้องเรียนสายอะไร

จิตวิทยาถูกมองว่าเป็นวิทยาศาสตร์ จึงมีภาพว่าต้องเป็นเด็กสายวิทย์คณิตเท่านั้น แต่ในคลิปนี้ผู้พูดย้ำว่ารากฐานของจิตวิทยาเป็นปรัชญา ใช้การคิด ตรรกะ และเหตุผลมากกว่าที่คนนอกมองเห็น

ยังมีวิชาบังคับที่อยู่ข้างนอกเอกด้วย ไม่ใช่วิชาจิตวิทยาล้วน ภาษาอังกฤษและสถิติเป็นสองวิชาที่ต้องเจอทุกคน

จิตวิทยามีสาขาอะไรบ้าง

ในไทย ระดับปริญญาตรีมีสาขาหลักๆ ให้เลือกหลายทาง จิตวิทยาคลินิกทำงานกับผู้ป่วยจิตเวชในโรงพยาบาลและสถานบำบัด ทำงานร่วมกับจิตแพทย์และนักสังคมสงเคราะห์

จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การทำงานกับพนักงานในองค์กร ทั้งเรื่องการพัฒนาและจัดการทรัพยากรมนุษย์

  • จิตวิทยาคลินิก ทำงานกับผู้ป่วยจิตเวชในโรงพยาบาล
  • จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ทำงานกับบุคลากรในองค์กร
  • จิตวิทยาการปรึกษา ใช้เทคนิคการพูดคุยให้ผู้รับบริการสบายใจขึ้น
  • จิตวิทยาสังคม ศึกษาพฤติกรรมคนในสังคม
  • จิตวิทยาชุมชน นำความรู้ไปใช้ในชุมชน

ยังมีจิตวิทยาแนวให้คำแนะนำที่เน้น Coaching ทำงานกับเด็กๆ และมีบางมหาวิทยาลัยเปิดสอน แต่ในระดับปริญญาตรีหลักๆ จะมีประมาณนี้

จิตวิทยาคลินิกกับจิตวิทยาการปรึกษาต่างกันยังไง

สองสาขานี้คนมักสับสน จุดต่างแรกคือกลุ่มเป้าหมาย คลินิกทำงานกับผู้ป่วยจิตเวชในโรงพยาบาล ส่วนการปรึกษาเปิดกว้างกับใครก็ได้ที่อยากมีที่พึ่งทางใจ อยากพูดคุยกับคนที่รับฟัง

จุดต่างที่สองคือเครื่องมือ คลินิกต้องใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาเพื่อดูบุคลิกภาพและทักษะสมอง ข้อมูลนี้จำเป็นมากต่อการรักษา จิตแพทย์ต้องการข้อมูลตรงนี้ ส่วนการปรึกษาเน้นการพูดคุยมากกว่า

ทำไมเรียนจิตวิทยาต้องเรียนสถิติ

ถ้าอยากวัดว่าคนกลุ่มหนึ่งมีความสุขแค่ไหน ต้องมีเครื่องมือให้เขาไปติ๊ก แล้วดูค่าเฉลี่ยที่ได้ อ่านค่าตัวเลขเหล่านี้ให้เป็นคือสถิติทั้งหมด

มีบางมหาวิทยาลัยที่เรียนแคลคูลัสด้วย แม้จะไม่เยอะ ผู้พูดเล่าว่ากลับมาคิดทีหลังก็ยังสงสัยว่าทำไมต้องเรียน

ทำไมต้องใช้ภาษาอังกฤษเยอะ

คำศัพท์จิตวิทยาดั้งเดิมมาจากต่างประเทศ พอแปลไทยคำเดียวอาจได้หลายคำ ยกตัวอย่างคำว่า self-esteem ที่แปลได้ทั้งการเห็นคุณค่าในตัวเอง การมีคุณค่าในตัวเอง และความรู้สึกนับถือตัวเอง

บางคนเอาคำนี้ไปทับกับ self confidence ด้วยซ้ำ พอแปลแล้วความหมายเพี้ยน หลายมหาวิทยาลัยจึงใช้ตำราและเรียนเป็นภาษาอังกฤษล้วน

คำว่า self-esteem ง่ายมาก คำนี้ค่อนข้างที่จะแมท ภาษาฝรั่งก็มีคำเดียวนะ แต่พอแปลไทย มันแปลได้หลายคำ

แต่ไม่ต้องเก่งถึงขั้นพูดเป๊ะ อ่านเข้าใจว่าเขาสื่ออะไรก็พอ เพราะอ่านได้เร็วจะทำงานเร็วขึ้น โดยเฉพาะตอนเรียบเรียงข้อมูลไปเขียนเปเปอร์ของตัวเอง

เรียนจิตวิทยาแล้วได้อะไรกับชีวิตตัวเอง

นอกจากเรื่องอาชีพ ผู้พูดเล่าว่าเรียนจิตวิทยาทำให้เป็นคนฟังเยอะขึ้น เพราะเห็นว่าการด่วนสรุปโดยยังมีข้อมูลไม่พอ อาจสร้างผลกระทบรุนแรงกับคนอื่นและกับตัวเอง

อีกอย่างคือ self awareness เมื่อรู้สึกเหนื่อยจะรู้ตัวว่าไม่โอเคและไม่ฝืนต่อ บอกคนอื่นได้ว่าไม่ไหว ซึ่งช่วยลดผลร้ายที่จะตามมาทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง

การรู้ตัวเองยังทำให้เข้าใจคนอื่น และทำให้ไม่อายที่จะพูดถึงความรู้สึกหรือความคิดของตัวเองด้วย

จิตวิทยากับจิตแพทย์ต่างกันยังไง

เป็นคนละสายกันเลย นักจิตวิทยาเรียนคณะจิตวิทยาหรือสาขาจิตวิทยา ใช้เวลาสี่ปี ส่วนจิตแพทย์ต้องเรียนแพทยศาสตร์ก่อน ถ้าแยกไปสายจิตแพทย์เด็กก็มีเรียนเพิ่ม

บทบาทต่างกันชัด นักจิตวิทยาทำแบบประเมินทั้งรายกลุ่มและรายบุคคล ใช้กิจกรรมหรือการพูดคุยช่วยให้ผู้ป่วยดีขึ้น ใช้แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพและทักษะสมอง

แต่การวินิจฉัยและการสั่งยาเป็นหน้าที่ของจิตแพทย์เท่านั้น เพราะมีอำนาจตัดสินใจตรงนั้น จิตแพทย์อาจขอให้นักจิตวิทยาไปเก็บข้อมูลเพิ่มให้ได้

ส่วนคำถามยอดฮิตว่านักจิตวิทยาอ่านใจคนได้ไหม ผู้พูดตอบตรงกันว่าไม่ได้ ดูได้แค่พฤติกรรม สีหน้า ท่าทาง มือสั่น หรือดูตื่นเต้นหรือเปล่า แต่ไม่รู้ว่าในหัวเขาคิดอะไร ต้องใช้คำถามและการรับฟังเพื่อเก็บข้อมูล

ใครสนใจเรียนจิตวิทยาไม่ต้องกังวลเรื่องคะแนนภาษาอังกฤษขั้นต่ำในการรับสอบ เพราะไม่มี แต่ที่ต้องเตรียมใจคือภาษาอังกฤษจะถูกใช้เยอะตลอดการเรียน

บทความนี้เรียบเรียงจากประสบการณ์ในพอดแคสต์ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากรู้สึกเครียดหรือต้องการที่ปรึกษา โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา