โกรธง่าย หงุดหงิดง่าย อ่อนไหวง่าย ร้องไห้ง่าย คุมอารมณ์ไม่ได้ ทำไงดี
บางวันเราหงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ จนตัวเองยังตกใจ บางวันแค่มีใครพูดไม่กี่คำ น้ำตาก็มาแล้ว ทั้งสองแบบไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนแย่ — ในทางจิตวิทยา อารมณ์ทุกตัวมีหน้าที่ของมัน ความโกรธคอยบอกว่ามีอะไรมาคุกคาม ส่วนความอ่อนไหวคือระบบประสาทที่รับรู้สิ่งรอบตัวได้ไวกว่าคนอื่น คำว่า "คุมอารมณ์ไม่ได้" ส่วนใหญ่จึงไม่ได้แปลว่าเราควบคุมไม่ได้ตลอดไป แต่แปลว่าเรายังจับสัญญาณเตือนของตัวเองไม่ทันต่างหาก หน้านี้รวบรวมสิ่งที่ Alljit คุยกับนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ไว้ ตั้งแต่วิธีหยุดตัวเองตอนกำลังจะระเบิด ไปจนถึงการอยู่กับความอ่อนไหวของตัวเองโดยไม่ต้องเกลียดมัน
โกรธง่าย หงุดหงิดง่าย คุมอารมณ์ไม่ได้ เริ่มจากตรงไหนดี
นักจิตวิทยาคลินิกแบ่งวิธีที่คนเราแสดงความโกรธออกเป็นสามแบบ คือ แสดงออกตรง ๆ, ไม่ยอมรับว่าโกรธแต่ออกทางสีหน้าและน้ำเสียง และแบบที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง คนหนึ่งคนเป็นได้ทั้งสามแบบ ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นอยู่กับใคร ก้าวแรกจึงไม่ใช่การห้ามตัวเองไม่ให้โกรธ แต่คือการจับสัญญาณทางกายให้ทัน เช่น หายใจสั้นลง ตัวร้อนวูบ กำมือ หรือคำพูดที่เริ่มแข็งขึ้น แล้วค่อยหายใจให้ยาวขึ้นและถอยออกมาก่อน ส่วนการทบทวนว่าจริง ๆ เราโกรธเรื่องอะไร ให้เก็บไว้ทำตอนใจเย็นแล้ว เพราะตอนกำลังโกรธ เหตุผลมักตามอารมณ์ไม่ทัน
ทำไมเราใจเย็นกับคนอื่นได้ แต่ใจร้อนกับคนที่บ้าน
คำตอบที่นักจิตวิทยาให้ไว้ค่อนข้างเจ็บแต่จริง คือเพราะบ้านเป็นที่ที่เรารู้สึกปลอดภัยพอจะเป็นตัวเองทั้งหมด และเพราะเราคาดหวังกับคนใกล้ตัวสูงกว่าคนอื่นมาก พอเขาไม่เป็นอย่างที่หวัง ความผิดหวังเลยออกมาเป็นน้ำเสียงที่เราไม่เคยใช้กับคนนอก การเปลี่ยนประโยคจาก "ทำไมเธอถึง..." เป็น "ฉันรู้สึกว่า..." ช่วยลดการปะทะได้จริง เพราะมันบอกความต้องการของเราโดยไม่กล่าวหาอีกฝ่าย และถ้าคนที่อารมณ์ร้อนคืออีกฝ่าย งานของเราไม่ใช่การดับไฟให้เขา แต่คือการนิ่งไว้ก่อน ค่อย ๆ ถอนตัวออกจากสถานการณ์ และไม่ปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของใครทุกวัน
- ใจเย็นกับคนอื่นแต่ ใจร้อนกับคนใกล้ตัว ทำไมถึงเป็นแบบนั้น
- เราเป็นคนใจร้อนหรือเป็นคนใจเย็น กันแน่
- อยู่กับคน ชอบใส่อารมณ์ กับคนใกล้ตัว รับมืออย่างไรดี
- เห็นฉันเป็นอะไร? ฉันไม่ใช่ที่ รองรับอารมณ์ ของใครนะ
- คนเจ้าคิดเจ้าแค้น เมื่อชีวิตผูกติดกับความไม่พอใจในอดีต เบื้องหลัง ” ความแค้น ” เราจะก้าวผ่านไปได้อย่างไร?
ดาวน์ง่าย จิตตกง่าย ดิ่งง่าย แบบไม่มีสาเหตุ ผิดปกติไหม
คำว่าดาวน์ จิตตก ดิ่ง ไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ แต่เป็นคำที่เราใช้เรียกช่วงที่อารมณ์วูบลงไปเหมือนตกหลุม ในทางจิตวิทยาเชื่อว่าอารมณ์แบบนี้มักมีที่มาเสมอ เพียงแต่บางทีมันเล็กหรือสะสมจนเรามองไม่เห็น ถ้าดิ่งแล้วยังดึงตัวเองกลับขึ้นมาได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ถือเป็นเรื่องที่เจอกันได้ สิ่งที่ควรสังเกตคือ "นานไหม" และ "แรงไหม" — ถ้าเริ่มไม่อยากไปเรียนไปทำงาน เริ่มกลัวการเจอคน ร้องไห้ถี่ขึ้นจนใช้ชีวิตไม่ได้ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง นั่นคือจังหวะที่ควรหาตัวช่วยจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ทนดูเอง การจดบันทึกความคิดและอารมณ์แต่ละวันช่วยให้เห็นแพตเทิร์นของตัวเองชัดขึ้นมาก
เราเป็นคน sensitive หรือเปล่า แล้วต้องแก้ไหม
ความอ่อนไหวเป็นเรื่องของบุคลิกภาพ คล้ายกับ introvert และ extrovert ไม่ใช่ความผิดปกติที่ต้องรักษา หนังสือ The Highly Sensitive Person ของ Dr. Elaine Aron อธิบายคนกลุ่มนี้ด้วยอักษรสี่ตัว D.O.E.S. คือ ประมวลผลสิ่งที่เข้ามาได้ลึกกว่า ถูกกระตุ้นได้ง่ายและแรงกว่า มีอารมณ์ร่วมกับคนอื่นสูง และไวต่อเสียง แสง กลิ่น สัมผัสเป็นพิเศษ ลองสังเกตตัวเองง่าย ๆ ว่าเราได้ยินเสียงก่อนคนอื่นไหม อ่านสีหน้าเพื่อนออกก่อนใครไหม ถ้าใช่ สิ่งที่ต้องจัดการไม่ใช่ความไวของตัวเอง แต่คือปริมาณสิ่งเร้าที่เราปล่อยให้เข้ามาในหนึ่งวัน และการมีที่ให้ชาร์จพลังกลับ ส่วนคำว่า "เรื่องแค่นี้เอง" ที่คนอื่นพูดใส่ ไม่ใช่มาตรวัดว่าความรู้สึกเราใหญ่พอหรือยัง
ร้องไห้ง่าย ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ หรือร้องไห้ไม่ออก เกิดจากอะไร
สังคมไทยสอนกันมานานว่าร้องไห้เท่ากับอ่อนแอ เด็กหลายคนจึงโตมาโดยไม่เคยได้รับอนุญาตให้ร้อง แล้วกลายเป็นผู้ใหญ่ที่รู้สึกผิดทุกครั้งที่น้ำตาไหล ในทางจิตวิทยา น้ำตาเป็นการแสดงออกของความรู้สึกที่ซื่อตรงที่สุดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่มาตรวัดความเข้มแข็ง ในทางกลับกัน คนที่เสียใจมากจนร้องไห้ไม่ออกก็ไม่ได้แปลว่าไม่เจ็บ หลายครั้งมันจุกอยู่ข้างในเพราะเรากดมันไว้นานเกินไป และในช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนที่เปลี่ยนทำให้เกราะที่เคยใช้คุมอารมณ์บางลง เรื่องเดิมจึงสะเทือนใจกว่าปกติได้จริง
- จิตวิทยาการ ร้องไห้ “เมื่อน้ำตาอาจเป็นมากกว่าที่เราคิด”
- ทำไมถึง..ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ
- ความรู้สึกเศร้า.. แต่ ร้องไห้ไม่ออก
- ทำไมเวลาดูอะไรซึ้ง ๆ ถึงร้องไห้ ?
- เข้มแข็งแค่ไหนก็อ่อนแอได้ เมื่อ ข้างนอกกำลังยิ้ม ข้างในกำลังร้องไห้
- ยิ้มให้คนทั้งโลก แล้วกลับมา ร้องไห้ กับตัวเอง
- หงุดหงิดแบบไม่รู้ตัวเพราะนิสัยหรือ PMS อาการก่อนมีประจำเดือน
อารมณ์คืออะไร แล้ว EQ ฝึกกันได้จริงไหม
ความโกรธที่คุมไม่อยู่กับความอ่อนไหวที่ห้ามไม่ได้ จริง ๆ แล้วเป็นกิ่งสองกิ่งของทักษะเดียวกัน คือการรู้ว่าตอนนี้เรากำลังรู้สึกอะไรอยู่ จิตแพทย์อธิบายว่าอารมณ์คือสภาวะที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองสิ่งเร้า ไม่มีอารมณ์ไหนดีหรือเลวในตัวมันเอง มีแต่วิธีแสดงออกที่เหมาะหรือไม่เหมาะกับสถานการณ์ ความฉลาดทางอารมณ์จึงไม่ใช่การกดทุกอย่างไว้ให้เรียบ แต่คือการเรียกชื่ออารมณ์ตัวเองได้ ฝึกสติให้รู้ทันเร็วขึ้น คุมลมหายใจ และหาทางระบายที่ไม่ทำร้ายใคร เช่น การเขียน ที่สำคัญคือมันเป็นทักษะที่ฝึกได้ ไม่ใช่พรสวรรค์ที่ใครมีมาแต่เกิด
คำถามที่คนถามบ่อย
โกรธง่าย หงุดหงิดง่าย แบบนี้ผิดปกติไหม
ความโกรธเป็นอารมณ์พื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนมี และมีหน้าที่เตือนว่ามีบางอย่างกำลังคุกคามเราอยู่ ความถี่ของมันขึ้นกับสิ่งกระตุ้นรอบตัว บุคลิกภาพ และสภาพร่างกายในช่วงนั้น เช่น ความเครียดสะสม อดนอน หรือฮอร์โมนที่เปลี่ยน สิ่งที่ควรใส่ใจมากกว่าคำว่าปกติหรือไม่ปกติ คือผลที่ตามมา ถ้าความโกรธเริ่มทำให้ความสัมพันธ์หรือการงานเสียหายซ้ำ ๆ หรือนำไปสู่การทำร้ายตัวเองหรือคนอื่น การคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์จะช่วยได้มากกว่าการฝืนคุมเอง
ตอนกำลังจะระเบิด ทำยังไงให้หยุดทัน
ให้เริ่มจากร่างกายก่อนความคิด เพราะตอนโกรธเต็มที่ เหตุผลมักตามไม่ทัน ลองสังเกตสัญญาณของตัวเองอย่างลมหายใจที่สั้นลง ตัวเกร็ง หรือน้ำเสียงที่เริ่มดัง แล้วหายใจเข้าออกให้ยาวขึ้นสักพัก พร้อมกับขยับตัวออกจากสถานการณ์นั้นชั่วคราว ค่อยกลับมาคุยกันตอนใจเย็นลงแล้ว และถ้าต้องพูดเรื่องที่ค้างใจ ให้เริ่มประโยคด้วยคำว่า "ฉันรู้สึก" แทนการชี้ไปที่อีกฝ่าย
อ่อนไหวง่าย ร้องไห้ง่าย แปลว่าเราเป็นคนอ่อนแอไหม
ความอ่อนแอเป็นความรู้สึกที่เรามีต่อตัวเอง ไม่มีเกณฑ์กลางที่บอกได้ว่าแบบไหนเท่ากับอ่อนแอ แบบไหนเท่ากับเข้มแข็ง การร้องไห้เป็นการแสดงออกตามธรรมชาติของอารมณ์ ไม่ใช่ตัววัดความเข้มแข็ง ส่วนความไวต่อสิ่งรอบตัวเป็นลักษณะทางบุคลิกภาพที่มีข้อดีอยู่ด้วย ทั้งการเข้าใจความรู้สึกคนอื่นได้เร็วและการทำงานที่ละเอียดกว่าคนทั่วไป
หงุดหงิดช่วงก่อนมีประจำเดือน เป็นเพราะนิสัยหรือ PMS
PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือน มักเกิดก่อนรอบเดือนประมาณ 1–2 สัปดาห์ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางอารมณ์ ร่างกาย และพฤติกรรม เช่น หงุดหงิดง่าย เสียใจง่าย ปวดเมื่อย โดยมักบรรเทาลงเมื่อประจำเดือนมาหรือหมด นั่นแปลว่ามันมีที่มาทางร่างกายจริง ไม่ใช่แค่นิสัยไม่ดี แต่ก็ไม่ได้เป็นเหตุผลให้ลงกับคนรอบตัวได้ ถ้าอาการรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิตทุกเดือน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อแยกจากภาวะอื่น
ดาวน์ง่าย ดิ่งง่าย แบบนี้ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญตอนไหน
ให้ดูสองอย่างคือระยะเวลาและความรุนแรง ถ้าดิ่งแล้วยังดึงตัวเองกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ถือว่าเจอกันได้ทั่วไป แต่ถ้ามันอยู่กับเรานานจนเริ่มกลัวการเจอคน ไม่อยากไปเรียนไปทำงาน ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง นั่นคือสัญญาณที่ควรหาตัวช่วย การไปคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ไม่ได้แปลว่าอาการหนักแล้ว แต่เป็นการหาคนช่วยมองสิ่งที่เรามองเองไม่เห็น
ต้องอยู่กับคนขี้โมโหในบ้านทุกวัน ควรทำยังไง
อย่างแรกคือนิ่งไว้ก่อน เพราะการตอบกลับด้วยอารมณ์เดียวกันมักทำให้เรื่องบานปลาย จากนั้นลองมองหาสาเหตุเบื้องหลังว่าเขากำลังรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือเสียอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า ซึ่งช่วยให้เราไม่รับทุกคำพูดมาเป็นเรื่องส่วนตัว และค่อย ๆ ถอนตัวออกจากสถานการณ์เมื่อรู้สึกว่าเริ่มตึง ที่สำคัญคือดูแลใจตัวเองด้วย เพราะการเป็นที่รองรับอารมณ์ของคนอื่นทุกวันทำให้เราหงุดหงิดง่ายขึ้นตามไปได้เหมือนกัน
บทความทั้งหมดในกลุ่มนี้
หน้านี้รวมบทความของ Alljit ที่ตอบคำถามเดียวกัน เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย ถ้าตอนนี้รู้สึกไม่ไหว โทร 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง