Normalize เรื่องไม่ปกติให้เป็นปกติ ระวังความคิดแบบนี้
การแซวแรงๆ ที่กลายเป็นเรื่องตลก และคำพูดที่ว่าผู้ชายเจ้าชู้เป็นเรื่องธรรมดา ล้วนคือการ Normalize ที่เราอาจไม่ทันรู้ตัว ถ้าไม่ตรวจความคิดตัวเองบ่อยๆ เรื่องแย่ๆ จะกลายเป็นเรื่องที่เรายอมรับไปโดยไม่ตั้งใจ

การ Normalize คือการทำให้สิ่งที่เคยเป็นเรื่องไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ มันแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว
พิธีกรในคลิปนี้เล่าว่า ไปฟังพอดแคสต์แล้วจับประเด็นได้ว่าการ Normalize อยู่ในทุกวัน ตั้งแต่การแซวแรงๆ จนกลายเป็นเรื่องตลก ไปจนถึงประโยคที่ว่า ผู้ชายเจ้าชู้เป็นเรื่องธรรมดา
Normalize คืออะไร เห็นได้จากอะไรในชีวิตประจำวัน
ถ้าถามในด้านดี สังคมเริ่มเปิดกว้างเรื่อง LGBTQ มากขึ้น เรื่องที่เคยถูกมองว่าแปลกก็ค่อยๆ กลายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
แต่ในด้านที่ไม่ดี การ Normalize ก็ทำให้เรื่องที่ควรถูกตั้งคำถาม กลายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำกัน จนไม่เหลือพื้นที่ให้ใครบอกว่า ฉันไม่โอเค
แซวแรงๆ จนอีกฝ่ายไม่โอเค มันตลกจริงหรือ
การแซวเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าเป็นความสนุกของกลุ่มเพื่อน แต่พอแซวเล่นตลอดเวลาโดยไม่ดูบริบทหรือความรู้สึกของอีกฝ่าย มันจะกลายเป็นการด่า
เมื่อการด่ากลายเป็นเรื่องที่ทำกับใครก็ได้เพราะมันตลก คนที่โดนจะเหลือแค่สองทาง คือ หัวเราะตาม หรือไม่ก็ถูกมองว่าเป็นคนไม่สนุก
เรากำลัง normalize การด่าเล่นกันอยู่หรือเปล่า
ทำไมคำว่าผู้ชายเจ้าชู้ถึงกลายเป็นเรื่องธรรมดา
พิธีกรเล่าว่าโตมากับประโยคที่ว่าผู้ชายเจ้าชู้เป็นเรื่องธรรมดา ฟังจนชิน จนไม่เคยตั้งคำถามว่ามันควรเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า
มีคำอธิบายทางชีววิทยาเรื่องการขยายพันธุ์ แต่พอสังคมมีศีลธรรมและค่านิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง คำถามจึงไม่ใช่แค่ธรรมชาติ แต่เป็นเรื่องของกรอบที่สังคมยอมรับ
ถ้าสังคมหนึ่งบอกว่าการมีคนรักหลายคนเป็นเรื่องปกติ คนในสังคมนั้นก็จะมองว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่สังคมอื่นอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
ทำไมการบูลลี่ในโรงเรียนถึงถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ
ในละคร ซีรีส์ หรือชีวิตจริง มักมีกลุ่มที่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า แล้วคนรอบข้างก็บอกว่านี่คือเรื่องปกติของสังคมโรงเรียน
แต่พิธีกรสังเกตว่าสังคมเริ่มลดการบูลลี่ลง ซึ่งถือเป็นการ Normalize ในทางที่ดี คือทำให้การไม่รังแกกันกลายเป็นเรื่องปกติแทน
ทำไมคนถึงชมเด็กไม่ค่อยได้ กลัวเด็กเหลิง
มีประโยคที่ผู้ใหญ่ชอบพูดว่า อย่าไปชมเด็กเยอะ เดี๋ยวเด็กเหลิง กลายเป็นว่าต้องด่าก่อนถึงจะจำ แต่พอสังคมเปลี่ยน ก็มีสื่อที่สอนเรื่องการเลี้ยงลูกเชิงบวกมากขึ้น
อีกด้านก็ต้องระวัง เพราะการชมมากเกินไปโดยไม่มีขอบเขต ก็อาจทำให้เด็กเคยตัวและปรับตัวเข้ากับสังคมยากขึ้น
เรื่องนี้ไม่มีสูตรตายตัว จุดตรงกลางของแต่ละบ้านไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับบริบทและความพร้อมของแต่ละครอบครัว
เรื่องไหนที่ควร Normalize และเรื่องไหนที่ไม่ควร
เรื่องที่ทำให้สังคมเท่าเทียมขึ้น เปิดกว้างขึ้น หรือลดการทำร้ายกัน ควรถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ
ส่วนเรื่องที่ทำให้คนอื่นเจ็บ ถูกกดทับ หรือถูกมองข้าม ควรถูกตั้งคำถามทุกครั้ง ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเรื่อยๆ
การรู้ตัวว่ากำลัง Normalize อะไรอยู่ คือก้าวแรกที่จะเลือกได้ว่า จะปล่อยให้มันเป็นปกติ หรือจะหยุดมันไว้ตรงนี้
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย