รวมพอดแคสต์คนคิดมาก หยุดคิดวนซ้ำไม่ได้ควรทำยังไง
ความคิดมากไม่ใช่โรค แต่ถ้าคิดวนซ้ำจนกระทบการนอน สมาธิ และการตัดสินใจ มันเริ่มส่งผลต่อร่างกาย บทความนี้ชวนดูว่าอะไรทำให้เราคิดไม่หยุด และจะดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ยังไง

ความคิดมากไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ทุกคนมีระบบคิดวิเคราะห์ติดตัวมาตั้งแต่เกิด สิ่งที่ต่างกันคือความถี่และระยะเวลาที่มันอยู่กับเรา บางคนคิดเรื่องงาน เรื่องเรียน เรื่องเงิน เรื่องความสัมพันธ์ แล้วปล่อยผ่านได้
แต่ถ้าความคิดนั้นวนซ้ำอยู่เรื่องเดิม ๆ จนกระทบการนอน สมาธิ และการตัดสินใจ นั่นคือจุดที่เราควรกลับมาดูตัวเอง
คิดมากกับคิดเยอะต่างกันยังไง
การคิดเป็นกระบวนการของร่างกายที่ทำงานอัตโนมัติ เรามักไม่ทันรู้ตัวว่ามันเริ่มไปแล้วด้วยซ้ำ แต่การคิดมากที่หยุดไม่ได้คือการที่เราเลือกคิดเรื่องเล็ก ๆ ซ้ำบ่อยครั้ง จนมันกลายเป็นนิสัยของตัวเอง
พิธีกรในคลิปเล่าว่า บางคนเก็บเรื่องด้านไม่ดีของตัวเองมาคิดวน ทั้งที่เรื่องดี ๆ ก็มีอยู่ แต่สมองกลับไปหยิบด้านที่ทำให้รู้สึกแย่มาก่อน
อะไรทำให้เราคิดวนซ้ำไม่หยุด
นักจิตวิทยาในคลิปอธิบายว่ามันเป็นบุคลิกภาพอย่างหนึ่ง เกิดได้ทั้งคน introvert extrovert และ ambivert หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยคือความกลัว กลัวว่าคนอื่นจะตัดสินเรายังไง กลัวว่าถ้าพูดแบบนี้เขาจะคิดกับเราอย่างไร
อีกกลุ่มคือคนที่ชอบความเป๊ะ ต้องเป็นหนึ่งคือหนึ่ง สองคือสอง ทำให้ตัดสินใจยาก เพราะกลัวว่าสิ่งที่ทำจะไม่สมบูรณ์แบบ
คนที่อ่อนไหวง่ายก็เข้าข่ายนี้ด้วย เวลาจะทำอะไรสักอย่าง สมองจะถามก่อนเลยว่าเขาจะคิดยังไงกับฉันบ้าง
มนุษย์เราทุกคนไม่สามารถที่จะหยุดความคิดของตัวเองได้ทันทีทันใด
คิดมากจนกระทบร่างกายเป็นแบบไหน
ในคลิปพูดถึงฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาเวลาที่เราคิดว่าตัวเองกำลังเครียด แต่ปัญหาคือมันไม่ยอมปิดสวิตช์ เปิดอยู่ตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว
อาการที่สังเกตได้คือเหนื่อยเหมือนนอนไม่พอ เบื่อง่าย สมาธิลดลง ความอดทนต่ำลง บางคนวางแผนอะไรก็ทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ
บางคนต้องการคำยืนยันจากคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา เพราะความคิดที่วนซ้ำทำให้ไม่มั่นใจในตัวเอง
ทำไมเราถึงเลิกสนใจคนรอบตัว
เวลาที่เราจมอยู่กับความคิดตัวเอง เราจะลืมไปว่ายังมีสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวตอนนี้อยู่ หลายคนเคยถูกคนข้าง ๆ ถามว่าเป็นอะไร ทำไมไม่สนใจกันเลย
นี่คือผลของการคิดวนซ้ำ มันดึงความสนใจทั้งหมดไปที่เรื่องเดียว จนคนรอบตัวเริ่มรู้สึกได้
จะดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ยังไง
ลองกลับมาสังเกตผ่านระบบสัมผัสทั้งห้า ว่าตอนนี้เรากำลังมองอะไรอยู่ อากาศเป็นยังไง เสียงที่ได้ยินคืออะไร มีกลิ่นอะไรอยู่ใกล้ตัว
วิธีนี้ช่วยให้ความคิดค่อย ๆ ช้าลง แล้วเราจะเริ่มประมวลผลได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่
อีกวิธีคือฝึกหายใจ ทำสัก 3 ถึง 5 ครั้ง ให้ร่างกายสงบลงก่อน แล้วค่อยมาจัดลำดับความคิด
พอสงบแล้วควรทำอะไรต่อ
แยกความคิดออกเป็นสองกอง กองที่เราจัดการได้กับกองที่ยังจัดการไม่ได้ เรื่องที่ทำได้เร็วก็เลือกทำอันนั้นก่อน เพื่อให้ความคิดหลุดออกไปทีละอย่าง
ส่วนเรื่องที่ยังจัดการไม่ได้และต้องรอเวลา ก็วางมันไว้ก่อน อย่าดันทุลังแก้ทั้งที่ยังไม่มีทางออก
พิธีกรยกตัวอย่างการทะเลาะกับแม่ ถ้ารู้สึกผิดและเรื่องไม่ยากเกินกว่าจะเดินไปขอโทษ ก็ลองทำดู แต่ถ้าเรื่องไหนเกิดขึ้นแล้วและแก้ไม่ได้จริง ๆ เราต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง แล้วกลับมาใช้ชีวิตกับปัจจุบัน
ถ้าอาการเครียดและความคิดวนซ้ำไม่ลดลง และเริ่มกระตุ้นอาการทางกายให้ชัดขึ้น การพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคือทางเลือกที่ควรพิจารณา
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากคุณกำลังรู้สึกแย่จนรับมือไม่ไหว ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย