รู้สึกอยากหายไป ไม่อยากอยู่แล้ว ทำไงดี
ถ้าตอนนี้คุณรู้สึกว่าอยากหายไป ไม่อยากอยู่แล้ว หรือแค่เหนื่อยจนไม่อยากตื่นมาเจอพรุ่งนี้ ความรู้สึกนี้มีคนรู้สึกแบบเดียวกับคุณมากกว่าที่คิด และมันไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอหรือเรียกร้องความสนใจ ก่อนจะอ่านอะไรต่อ ถ้าตอนนี้ไม่ไหวจริง ๆ โทร 1323 สายด่วนสุขภาพจิตได้เลย ฟรี ไม่ต้องบอกชื่อ มีคนรับสายตลอด 24 ชั่วโมง หรือสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย 02-113-6789 ช่วง 12:00–22:00 ถ้าเจ็บตัวแล้วหรือตอนนี้ไม่ปลอดภัย โทร 1669 ก่อนเป็นอย่างแรก หน้านี้รวบรวมสิ่งที่ Alljit คุยกับคุณรัชดาภรณ์ ศรีวิลัย นักจิตวิทยาคลินิก ไว้ว่าความคิดแบบนี้เกิดจากอะไร ต่างจากการทำร้ายตัวเองอย่างไร และคืนนี้พอจะทำอะไรได้บ้าง
อยากหายไป กับ อยากตาย มันต่างกันไหม
คนส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากคำว่าอยากตาย แต่เริ่มจากคำที่เบากว่านั้น เช่น อยากหายไป อยู่ก็ได้ไม่อยู่ก็ได้ หรือถ้าคืนนี้หลับแล้วไม่ต้องตื่นก็คงดี นักจิตวิทยาคลินิกอธิบายว่าคำเหล่านี้มักเป็นสัญญาณของความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน และความอยากหนีจากปัญหาที่รุมเข้ามาพร้อมกัน มากกว่าจะเป็นแผนที่ตั้งใจไว้แล้ว แต่การที่คำมันเบา ไม่ได้แปลว่าเรื่องมันเบา เพราะเส้นแบ่งระหว่างความคิดแบบ 'อยู่ก็ได้ไม่อยู่ก็ได้' กับความคิดที่ชัดขึ้น เลื่อนไปมาได้ตามวันที่เราเหนื่อยมากหรือน้อย สามบทความนี้แยกให้เห็นว่าความคิดแต่ละแบบหน้าตาเป็นอย่างไร และคำว่าตัดพ้อที่คนมักมองข้าม จริง ๆ แล้วมันกำลังบอกอะไร
ความคิดนี้วนอยู่ในหัวไม่หยุด ตอนนี้ทำอะไรได้บ้าง
สิ่งที่ทำได้เดี๋ยวนี้เลยคือให้คนที่ฟังเป็นได้รู้ว่าเรากำลังรู้สึกแบบนี้ ไม่ต้องรอให้หนักกว่านี้ก่อนถึงจะโทร 1323 ได้ อีกสองอย่างที่ช่วยได้จริงในคืนที่หนักคือ ทำให้ของที่อาจใช้ทำร้ายตัวเองอยู่ไกลมือ และอย่าอยู่คนเดียวนานเกินไป แม้จะเป็นแค่การไปนั่งในห้องที่มีคนอื่นอยู่ก็ตาม สิ่งที่นักจิตวิทยาย้ำคือความคิดแบบนี้ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ คนที่คิดถึงขั้นนี้มักเดินทางกับความเหนื่อยมานานมากแล้ว ซึ่งแปลว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ตั้งใจจะเลิกคิดแล้วจะเลิกได้ทันที และไม่ใช่ความผิดของคุณ
ทำร้ายตัวเอง แปลว่าอยากตาย หรือแปลว่าเป็นซึมเศร้าหรือเปล่า
ไม่เสมอไป และนี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด การทำร้ายตัวเองหลายครั้งเป็นการย้ายความเจ็บข้างในออกมาเป็นความเจ็บที่จับต้องได้ หรือเป็นวิธีทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีอยู่จริง ไม่ใช่ความตั้งใจจะจบชีวิต ในทางกลับกัน คนที่เป็นซึมเศร้าก็ไม่ได้ทำร้ายตัวเองทุกคน และคนที่ทำร้ายตัวเองก็ไม่ได้เป็นซึมเศร้าทุกคน การแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันสำคัญ เพราะมันเปลี่ยนว่าคนรอบข้างควรช่วยอย่างไร และเปลี่ยนว่าเราควรคุยกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องอะไร ที่แน่ ๆ คือทั้งสองอย่างเป็นสัญญาณว่าใจกำลังรับไหวน้อยลง และควรมีคนช่วยดูด้วยกัน
รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์กับใคร
ความคิดว่า 'ไม่มีเราน่าจะดีกว่า' พบบ่อยมากในคนที่รู้สึกอยากหายไป และมันมักโตมาจากความคาดหวังในครอบครัวหรือความรักที่มีเงื่อนไข มากกว่าจะมาจากความจริงเรื่องคุณค่าของเรา อีกด้านหนึ่งคือภาวะสิ้นหวังที่เรียนรู้มา คือการเจอเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ซ้ำ ๆ จนใจสรุปไปเองว่าทำอะไรก็ไม่เปลี่ยน ทั้งสองอย่างนี้รู้สึกเหมือนจริงมากตอนที่กำลังคิดอยู่ แต่มันคือผลของสิ่งที่เราเจอมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเรา
เพื่อนบอกว่าอยากตาย เราควรตอบยังไง
ถามตรง ๆ ได้ และควรถาม การถามว่า 'ตอนนี้คิดถึงขั้นทำร้ายตัวเองไหม' ไม่ได้ทำให้เขาคิดมากขึ้น แต่ทำให้เขารู้ว่าเรื่องนี้พูดกับเราได้ สิ่งที่ช่วยคือฟังโดยไม่รีบแก้ ไม่รีบบอกว่าคิดมากไปเอง และไม่ตัดสินว่าเรียกร้องความสนใจ ถ้าเขาบอกว่ามีวิธีอยู่ในใจแล้วหรือเริ่มพูดสั่งเสีย ให้ถือว่าเสี่ยงสูง อยู่กับเขาไว้ แล้วชวนโทร 1323 ไปด้วยกัน เราไม่ต้องเป็นคนรักษาเขา หน้าที่ของเราคือพาเขาไปถึงคนที่รักษาได้ และดูแลใจตัวเองด้วยหลังจากนั้น
คำถามที่คนถามบ่อย
อยากหายไป แต่ไม่ได้อยากตาย แบบนี้ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติในแง่ที่ว่ามีคนรู้สึกแบบนี้จำนวนมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยไว้เฉย ๆ เหมือนกัน ความรู้สึกแบบ 'อยู่ก็ได้ไม่อยู่ก็ได้' มักโผล่มาในช่วงที่เหนื่อยสะสมจนมองไม่เห็นทางออก และมันมา ๆ หาย ๆ ได้ ถ้ามันกลับมาบ่อยขึ้นหรืออยู่นานขึ้น นั่นคือจังหวะที่ควรเล่าให้ใครสักคนฟัง
ต้องหนักแค่ไหนถึงจะโทร 1323 ได้
ไม่ต้องหนักถึงขั้นไหนก็โทรได้ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 รับสายฟรี ไม่ต้องบอกชื่อ ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่ได้มีไว้เฉพาะตอนฉุกเฉินเท่านั้น ถ้าแค่รู้สึกว่าอยากพูดกับใครที่ไม่ตัดสินก็โทรได้ ถ้ารู้สึกว่าเรื่องยาวเกินโทรศัพท์ สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย 02-113-6789 ช่วง 12:00–22:00 เป็นอีกทางหนึ่ง
เคยทำร้ายตัวเอง ต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญไหม
ควรคุยกับผู้เชี่ยวชาญ แม้จะรู้สึกว่าแผลไม่ลึกหรือ 'ไม่ได้ตั้งใจจะตาย' ก็ตาม เพราะสิ่งที่ต้องดูคือความเจ็บข้างในที่ทำให้ต้องหาทางระบายแบบนั้น ไม่ใช่แค่ตัวแผล นักจิตวิทยาคลินิกอธิบายว่าวงจรนี้มีแนวโน้มขยายขึ้นเรื่อย ๆ ตามความเคยชิน การมีคนช่วยดูตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงต่างจากการรอให้หนักกว่านี้
ควรบอกพ่อแม่ไหม กลัวเขาตกใจหรือโกรธ
ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่พ่อแม่ก็ได้ ถ้าประเมินแล้วว่าบ้านยังไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเรื่องนี้ เริ่มจากคนที่ฟังแล้วไม่ตัดสินก่อน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครูแนะแนว หรือสายด่วน 1323 ที่ไม่ต้องบอกชื่อ สิ่งสำคัญคือมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่รู้ว่าเรากำลังรู้สึกแบบนี้ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นคนในครอบครัว
คิดแบบนี้แปลว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า
ความคิดอยากหายไปเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความเครียดสะสม ปัญหาความสัมพันธ์ เรื่องเงิน หรือภาวะทางใจอื่น ๆ ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคใดโรคหนึ่งเสมอไป การวินิจฉัยเป็นเรื่องที่ต้องให้จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกประเมินจากการพูดคุยจริง บทความในหน้านี้ช่วยให้เข้าใจความรู้สึกตัวเองมากขึ้น แต่ไม่ได้แทนการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ
เคยหายไปแล้ว แต่กลับมาคิดอีก แปลว่าแย่ลงไหม
การกลับมาคิดอีกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และไม่ได้แปลว่าที่ผ่านมาไม่มีความหมาย ความคิดแบบนี้มักขึ้นลงตามความเหนื่อยและเหตุการณ์รอบตัว มากกว่าจะเดินเป็นเส้นตรง สิ่งที่ควรจับตาคือมันถี่ขึ้น นานขึ้น หรือเริ่มมีรายละเอียดของวิธีการหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ถือว่าเป็นจังหวะที่ต้องบอกคนอื่นและกลับไปหาผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง
เรื่องใกล้เคียง
หน้านี้รวมบทความของ Alljit ที่ตอบคำถามเดียวกัน เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย ถ้าตอนนี้รู้สึกไม่ไหว โทร 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง