Alljit Blog

เบื่องาน ไม่อยากไปทำงาน ทำไงดี

ตื่นมาแล้วรู้สึกหนักอึ้ง ไม่อยากไปทำงาน ทั้งที่เมื่อก่อนก็ทำได้ปกติ

ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับคนทำงานจำนวนมาก และมันไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอหรือขี้เกียจ

สิ่งที่หลายคนเรียกรวม ๆ ว่า “หมดไฟ” จริง ๆ แล้วมีอย่างน้อยสามแบบที่ต่างกัน คือเหนื่อยเพราะงานหนักเกินไป เบื่อเพราะงานซ้ำจนไม่ท้าทาย และหมดใจเพราะสิ่งรอบตัวในที่ทำงาน

หน้านี้ชวนแยกให้ออกก่อนว่าเรากำลังเจอแบบไหน แล้วค่อยเลือกอ่านต่อในเรื่องที่ตรงกับเราที่สุด ไม่ต้องอ่านทั้งหมดก็ได้

24 บทความในกลุ่มนี้

เบื่องาน ไม่อยากไปทำงาน แบบนี้หมดไฟหรือยัง

วิธีแยกที่ใช้ได้จริงคือดูว่าหลังได้พักเต็มที่แล้ว ความรู้สึกเปลี่ยนไปไหม

องค์การอนามัยโลกจัดภาวะหมดไฟไว้ใน ICD-11 ในฐานะปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ไม่ใช่โรคทางการแพทย์ การแยกให้ออกจึงไม่ใช่การหาชื่อโรคให้ตัวเอง แต่เป็นการหาว่าควรไปปรับตรงไหนก่อน

สามแบบที่มักถูกเรียกรวมกันว่าหมดไฟ แยกกันแบบนี้

  • พักแล้วดีขึ้น มักเป็นความเหนื่อยล้าสะสมจากงานที่หนักเกินไป หรือ Burnout
  • เบื่อเพราะงานซ้ำเดิมและง่ายกว่าความสามารถที่มี พอได้งานใหม่ที่ท้าทายขึ้นก็กลับมามีแรง แบบนั้นใกล้กับ Boreout
  • พักเท่าไรก็ไม่หาย ได้ขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งแล้วก็ยังไม่อยากอยู่ต่อ ปัญหามักอยู่ที่สภาพแวดล้อมมากกว่าตัวเนื้องาน ซึ่งเรียกว่า Brownout

หมดไฟ กับ ขี้เกียจ ต่างกันยังไง

ความขี้เกียจมักเป็นครั้งคราวและยังเลือกได้ พอเจอเรื่องที่อยากทำจริง ๆ เราก็ยังลุกไปทำไหว แต่หมดไฟคือหมดแรงแม้กับเรื่องที่เคยชอบ

ส่วนการผัดวันประกันพรุ่ง งานวิจัยมองว่าเป็นเรื่องของการจัดการ “อารมณ์” มากกว่าการจัดการ “เวลา” เรามักเลื่อนงานที่ทำให้รู้สึกกังวลหรือกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ

เข้าใจแบบนี้แล้วจะช่วยลดการตำหนิตัวเอง ซึ่งเป็นวงจรที่ยิ่งทำให้เริ่มงานยากขึ้นไปอีก ส่วนอาการทางกายที่มักมาพร้อมกับหมดไฟ มีดังนี้

  • นอนไม่หลับ
  • ปวดหัว
  • หงุดหงิดง่าย
  • ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกหนักตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน

ไม่มีความสุขกับงาน อยากลาออกแต่ยังไม่กล้า ทำไงดี

ก่อนตัดสินใจ ลองแยกดูก่อนว่าสิ่งที่ทำให้ไม่มีความสุขคือเนื้องาน คนรอบตัว หรือความคาดหวังที่เราตั้งไว้กับตัวเอง เพราะถ้าเป็นสองอย่างหลัง การย้ายที่ทำงานอาจไม่ได้เปลี่ยนความรู้สึกเท่าที่หวัง

ความกลัวตกงานกับความรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ เป็นสองแรงที่มักถ่วงการตัดสินใจไว้นานที่สุด ทั้งที่มันเป็นคนละเรื่องกับคุณค่าของเราจริง ๆ

และควรตัดสินใจในวันที่ไม่ได้เหนื่อยที่สุดของสัปดาห์ ส่วนสองคำถามที่ช่วยให้เห็นชัดขึ้น มีดังนี้

  • ถ้าได้พักยาวสักเดือนแล้ว ยังไม่อยากกลับไปไหม
  • ในงานนี้ยังมีอะไรที่เรายังอยากทำต่ออยู่บ้าง

เหนื่อยเพราะงาน หรือเหนื่อยเพราะคนในที่ทำงาน

หลายคนพบว่าเนื้องานยังพอไหว แต่สิ่งที่ทำให้หมดใจคือสิ่งรอบตัว

ความขยันเป็นเรื่องดี แต่เมื่อมันกลายเป็นเงื่อนไขในการยอมรับตัวเอง เราจะหยุดพักไม่เป็น และรู้สึกผิดทุกครั้งที่ว่าง

ลองสังเกตดูว่าเราทำงานหนักเพื่ออะไร เพื่อผลงานที่อยากทำ หรือเพื่อไม่ต้องอยู่กับความรู้สึกบางอย่างที่เงียบ ๆ รออยู่ ถ้าเป็นอย่างหลัง การลดชั่วโมงงานอย่างเดียวมักยังไม่พอ

ส่วนสิ่งที่คนมักบอกว่าบั่นทอนใจกว่าตัวเนื้องาน คือเรื่องพวกนี้

  • หัวหน้าที่ตามงานในวันหยุด
  • เพื่อนร่วมงานที่คุยด้วยแล้วอึดอัด
  • บรรยากาศที่ต้องดูยุ่งตลอดเวลา ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองมีค่าพอ

เบื่อเรียน ไม่อยากไปเรียน เป็นหมดไฟแบบเดียวกันไหม

ภาวะหมดไฟไม่ได้เกิดกับคนทำงานอย่างเดียว

นักเรียนนักศึกษาก็เจอได้จากความเครียดสะสม การเรียนที่ไม่ได้เจอเพื่อน และความกดดันเรื่องเกรดหรืออนาคตที่ยังมองไม่เห็น

อาการภายนอกคล้ายกันมาก คือเหนื่อย เบื่อ ไม่อยากทำการบ้าน จนหลายคนสรุปกับตัวเองว่าเป็นเพราะขี้เกียจ

สิ่งที่มักช่วยได้จริงไม่ใช่การบังคับตัวเองให้ขยันขึ้น แต่เป็นการเริ่มจากงานชิ้นเล็กที่สุดที่พอทำไหวในวันนี้ และมีใครสักคนให้เล่าให้ฟังได้

พักแล้วยังไม่หายเหนื่อย ต้องทำยังไงต่อ

ถ้านอนเต็มอิ่มแล้วยังตื่นมาเหนื่อย ลองดูว่าเราเป็นคนพลังงานน้อยโดยพื้นฐานหรือเปล่า

บางคนไม่ได้ป่วย แต่ต้องออกแบบชีวิตให้มีช่วงชาร์จแทรกอยู่ทุกวัน แทนที่จะรอไปพักทีเดียวตอนวันหยุดยาวแล้วพบว่าไม่พอ

วันจันทร์ที่หนักเป็นพิเศษ หรือช่วงกลับมาทำงานหลังสงกรานต์และปีใหม่ เป็นจังหวะที่หลายคนรู้สึกชัดที่สุด การเตรียมงานวันแรกให้เบากว่าปกติสักหน่อยช่วยได้จริง

และถ้าความเหนื่อยเริ่มกระทบการกิน การนอน หรือทำให้เราถอยห่างจากคนรอบตัวต่อเนื่องหลายสัปดาห์ การไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่เรื่องใหญ่เกินไป

คำถามที่คนถามบ่อย

หมดไฟ กับ ซึมเศร้า ต่างกันยังไง

หมดไฟมักผูกอยู่กับบริบทของงานหรือการเรียนเป็นหลัก พอได้ออกจากบริบทนั้นสักพัก ความรู้สึกมักดีขึ้นบ้าง ส่วนภาวะซึมเศร้าจะกระทบความรู้สึกแทบทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

สองอย่างนี้เกิดพร้อมกันได้และแยกเองไม่ง่าย ถ้าไม่แน่ใจ การคุยกับผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น

เบื่องาน ไม่อยากไปทำงาน ผิดปกติไหม

ความรู้สึกเบื่องานเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะช่วงที่งานซ้ำเดิม หรือเจอความกดดันติดกันหลายสัปดาห์ สิ่งที่ควรสังเกตจึงไม่ใช่ว่ารู้สึกหรือไม่ แต่คือรู้สึกแบบนี้ต่อเนื่องนานแค่ไหน

และมันเริ่มกินเวลานอน มื้ออาหาร หรือความสัมพันธ์ของเราไปด้วยหรือยัง

หมดไฟแล้วต้องลาออกเลยไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าต้นเหตุคืองานหนักเกินไปหรือพักไม่พอ การปรับปริมาณงานและขอบเขตเวลาอาจช่วยได้โดยไม่ต้องย้ายที่ แต่ถ้าต้นเหตุคือสภาพแวดล้อมหรือคนที่เราเปลี่ยนไม่ได้เลย

การมองหาที่ใหม่ก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล ลองเก็บคำตอบไว้ตัดสินใจในวันที่เราไม่ได้เหนื่อยที่สุด

พักร้อนแล้วกลับมายังเหนื่อยเหมือนเดิม เพราะอะไร

การพักช่วยเรื่องความเหนื่อยทางกายได้ดี แต่ถ้าสิ่งที่ทำให้หมดแรงคือความรู้สึกว่างานไม่มีความหมาย หรือความอึดอัดกับคนในที่ทำงาน การกลับมาเจอเงื่อนไขเดิมก็จะรู้สึกเหมือนเดิมเร็วมาก

กรณีแบบนี้การพักอย่างเดียวมักไม่พอ ต้องดูด้วยว่ามีอะไรในเงื่อนไขการทำงานที่พอปรับหรือคุยได้บ้าง

หมดไฟในการเรียน กับ ขี้เกียจเรียน ต่างกันตรงไหน

อาการที่เห็นจากข้างนอกคล้ายกันมาก คือไม่อยากเข้าเรียน ไม่อยากทำการบ้าน แต่ความขี้เกียจมักเป็นบางวิชาบางช่วง ส่วนหมดไฟจะหมดแรงกับการเรียนแทบทั้งหมด รวมถึงวิชาที่เคยชอบ

และมักมาพร้อมความเครียดสะสมเรื่องอนาคต ถ้าเป็นแบบหลัง การเริ่มจากงานชิ้นเล็กและมีคนช่วยประคองมักได้ผลกว่า

ควรไปคุยกับนักจิตวิทยาตอนไหน

ไม่ต้องรอให้หนักจนทนไม่ไหว เกณฑ์ที่ใช้ง่ายกว่าคือ สิ่งที่เราใช้ประคองใจอยู่ทุกวันนี้ เรายังควบคุมมันได้ หรือมันเริ่มควบคุมเราแล้ว ถ้าความเหนื่อยเริ่มกระทบการนอน การกิน

หรือทำให้เราถอยห่างจากคนรอบตัวต่อเนื่องหลายสัปดาห์ การไปคุยสักครั้งคือการเก็บข้อมูลให้ตัวเอง ไม่ใช่การยอมแพ้

บทความทั้งหมดในกลุ่มนี้

เรื่องใกล้เคียง

หน้านี้รวมบทความของ Alljit ที่ตอบคำถามเดียวกัน เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย ถ้าตอนนี้รู้สึกไม่ไหว โทร 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง