เบื่องาน ไม่อยากไปทำงาน ทำไงดี
ตื่นมาแล้วรู้สึกหนักอึ้ง ไม่อยากไปทำงาน ทั้งที่เมื่อก่อนก็ทำได้ปกติ
ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับคนทำงานจำนวนมาก และมันไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอหรือขี้เกียจ
สิ่งที่หลายคนเรียกรวม ๆ ว่า “หมดไฟ” จริง ๆ แล้วมีอย่างน้อยสามแบบที่ต่างกัน คือเหนื่อยเพราะงานหนักเกินไป เบื่อเพราะงานซ้ำจนไม่ท้าทาย และหมดใจเพราะสิ่งรอบตัวในที่ทำงาน
หน้านี้ชวนแยกให้ออกก่อนว่าเรากำลังเจอแบบไหน แล้วค่อยเลือกอ่านต่อในเรื่องที่ตรงกับเราที่สุด ไม่ต้องอ่านทั้งหมดก็ได้
เบื่องาน ไม่อยากไปทำงาน แบบนี้หมดไฟหรือยัง
วิธีแยกที่ใช้ได้จริงคือดูว่าหลังได้พักเต็มที่แล้ว ความรู้สึกเปลี่ยนไปไหม
องค์การอนามัยโลกจัดภาวะหมดไฟไว้ใน ICD-11 ในฐานะปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ไม่ใช่โรคทางการแพทย์ การแยกให้ออกจึงไม่ใช่การหาชื่อโรคให้ตัวเอง แต่เป็นการหาว่าควรไปปรับตรงไหนก่อน
สามแบบที่มักถูกเรียกรวมกันว่าหมดไฟ แยกกันแบบนี้
- พักแล้วดีขึ้น มักเป็นความเหนื่อยล้าสะสมจากงานที่หนักเกินไป หรือ Burnout
- เบื่อเพราะงานซ้ำเดิมและง่ายกว่าความสามารถที่มี พอได้งานใหม่ที่ท้าทายขึ้นก็กลับมามีแรง แบบนั้นใกล้กับ Boreout
- พักเท่าไรก็ไม่หาย ได้ขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งแล้วก็ยังไม่อยากอยู่ต่อ ปัญหามักอยู่ที่สภาพแวดล้อมมากกว่าตัวเนื้องาน ซึ่งเรียกว่า Brownout
หมดไฟ กับ ขี้เกียจ ต่างกันยังไง
ความขี้เกียจมักเป็นครั้งคราวและยังเลือกได้ พอเจอเรื่องที่อยากทำจริง ๆ เราก็ยังลุกไปทำไหว แต่หมดไฟคือหมดแรงแม้กับเรื่องที่เคยชอบ
ส่วนการผัดวันประกันพรุ่ง งานวิจัยมองว่าเป็นเรื่องของการจัดการ “อารมณ์” มากกว่าการจัดการ “เวลา” เรามักเลื่อนงานที่ทำให้รู้สึกกังวลหรือกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ
เข้าใจแบบนี้แล้วจะช่วยลดการตำหนิตัวเอง ซึ่งเป็นวงจรที่ยิ่งทำให้เริ่มงานยากขึ้นไปอีก ส่วนอาการทางกายที่มักมาพร้อมกับหมดไฟ มีดังนี้
- นอนไม่หลับ
- ปวดหัว
- หงุดหงิดง่าย
- ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกหนักตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน
ไม่มีความสุขกับงาน อยากลาออกแต่ยังไม่กล้า ทำไงดี
ก่อนตัดสินใจ ลองแยกดูก่อนว่าสิ่งที่ทำให้ไม่มีความสุขคือเนื้องาน คนรอบตัว หรือความคาดหวังที่เราตั้งไว้กับตัวเอง เพราะถ้าเป็นสองอย่างหลัง การย้ายที่ทำงานอาจไม่ได้เปลี่ยนความรู้สึกเท่าที่หวัง
ความกลัวตกงานกับความรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ เป็นสองแรงที่มักถ่วงการตัดสินใจไว้นานที่สุด ทั้งที่มันเป็นคนละเรื่องกับคุณค่าของเราจริง ๆ
และควรตัดสินใจในวันที่ไม่ได้เหนื่อยที่สุดของสัปดาห์ ส่วนสองคำถามที่ช่วยให้เห็นชัดขึ้น มีดังนี้
- ถ้าได้พักยาวสักเดือนแล้ว ยังไม่อยากกลับไปไหม
- ในงานนี้ยังมีอะไรที่เรายังอยากทำต่ออยู่บ้าง
- ไม่มีความสุขกับงาน จะจัดการความรู้สึกนี้อย่างไร? ก่อนจะหมดไฟในการทำงาน
- อยากมี ความสุขในการทำงาน เริ่มต้นได้อย่างไร?
- อยู่ใน . . ยุคหมดไฟ ในการทำตามความฝัน หมด Passion ในการใช้ชีวิต ทำอย่างไรดี?
- อยากมี Passion แล้ว Passion ในทางจิตวิทยามีความหมายอย่างไร?
- การทำงานไม่ก้าวหน้า ทำยังไงดี?
- เครียด กังวล กลัว ‘ ตกงาน ’ เมื่อโลกเปลี่ยนไปเร็ว จัดการความคิดอย่างไร
- ไม่มั่นใจตัวเองในที่ทำงาน รู้สึกตัวเองไม่เก่งพอ
เหนื่อยเพราะงาน หรือเหนื่อยเพราะคนในที่ทำงาน
หลายคนพบว่าเนื้องานยังพอไหว แต่สิ่งที่ทำให้หมดใจคือสิ่งรอบตัว
ความขยันเป็นเรื่องดี แต่เมื่อมันกลายเป็นเงื่อนไขในการยอมรับตัวเอง เราจะหยุดพักไม่เป็น และรู้สึกผิดทุกครั้งที่ว่าง
ลองสังเกตดูว่าเราทำงานหนักเพื่ออะไร เพื่อผลงานที่อยากทำ หรือเพื่อไม่ต้องอยู่กับความรู้สึกบางอย่างที่เงียบ ๆ รออยู่ ถ้าเป็นอย่างหลัง การลดชั่วโมงงานอย่างเดียวมักยังไม่พอ
ส่วนสิ่งที่คนมักบอกว่าบั่นทอนใจกว่าตัวเนื้องาน คือเรื่องพวกนี้
- หัวหน้าที่ตามงานในวันหยุด
- เพื่อนร่วมงานที่คุยด้วยแล้วอึดอัด
- บรรยากาศที่ต้องดูยุ่งตลอดเวลา ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองมีค่าพอ
เบื่อเรียน ไม่อยากไปเรียน เป็นหมดไฟแบบเดียวกันไหม
ภาวะหมดไฟไม่ได้เกิดกับคนทำงานอย่างเดียว
นักเรียนนักศึกษาก็เจอได้จากความเครียดสะสม การเรียนที่ไม่ได้เจอเพื่อน และความกดดันเรื่องเกรดหรืออนาคตที่ยังมองไม่เห็น
อาการภายนอกคล้ายกันมาก คือเหนื่อย เบื่อ ไม่อยากทำการบ้าน จนหลายคนสรุปกับตัวเองว่าเป็นเพราะขี้เกียจ
สิ่งที่มักช่วยได้จริงไม่ใช่การบังคับตัวเองให้ขยันขึ้น แต่เป็นการเริ่มจากงานชิ้นเล็กที่สุดที่พอทำไหวในวันนี้ และมีใครสักคนให้เล่าให้ฟังได้
พักแล้วยังไม่หายเหนื่อย ต้องทำยังไงต่อ
ถ้านอนเต็มอิ่มแล้วยังตื่นมาเหนื่อย ลองดูว่าเราเป็นคนพลังงานน้อยโดยพื้นฐานหรือเปล่า
บางคนไม่ได้ป่วย แต่ต้องออกแบบชีวิตให้มีช่วงชาร์จแทรกอยู่ทุกวัน แทนที่จะรอไปพักทีเดียวตอนวันหยุดยาวแล้วพบว่าไม่พอ
วันจันทร์ที่หนักเป็นพิเศษ หรือช่วงกลับมาทำงานหลังสงกรานต์และปีใหม่ เป็นจังหวะที่หลายคนรู้สึกชัดที่สุด การเตรียมงานวันแรกให้เบากว่าปกติสักหน่อยช่วยได้จริง
และถ้าความเหนื่อยเริ่มกระทบการกิน การนอน หรือทำให้เราถอยห่างจากคนรอบตัวต่อเนื่องหลายสัปดาห์ การไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่เรื่องใหญ่เกินไป
คำถามที่คนถามบ่อย
หมดไฟ กับ ซึมเศร้า ต่างกันยังไง
หมดไฟมักผูกอยู่กับบริบทของงานหรือการเรียนเป็นหลัก พอได้ออกจากบริบทนั้นสักพัก ความรู้สึกมักดีขึ้นบ้าง ส่วนภาวะซึมเศร้าจะกระทบความรู้สึกแทบทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
สองอย่างนี้เกิดพร้อมกันได้และแยกเองไม่ง่าย ถ้าไม่แน่ใจ การคุยกับผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น
เบื่องาน ไม่อยากไปทำงาน ผิดปกติไหม
ความรู้สึกเบื่องานเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะช่วงที่งานซ้ำเดิม หรือเจอความกดดันติดกันหลายสัปดาห์ สิ่งที่ควรสังเกตจึงไม่ใช่ว่ารู้สึกหรือไม่ แต่คือรู้สึกแบบนี้ต่อเนื่องนานแค่ไหน
และมันเริ่มกินเวลานอน มื้ออาหาร หรือความสัมพันธ์ของเราไปด้วยหรือยัง
หมดไฟแล้วต้องลาออกเลยไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าต้นเหตุคืองานหนักเกินไปหรือพักไม่พอ การปรับปริมาณงานและขอบเขตเวลาอาจช่วยได้โดยไม่ต้องย้ายที่ แต่ถ้าต้นเหตุคือสภาพแวดล้อมหรือคนที่เราเปลี่ยนไม่ได้เลย
การมองหาที่ใหม่ก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล ลองเก็บคำตอบไว้ตัดสินใจในวันที่เราไม่ได้เหนื่อยที่สุด
พักร้อนแล้วกลับมายังเหนื่อยเหมือนเดิม เพราะอะไร
การพักช่วยเรื่องความเหนื่อยทางกายได้ดี แต่ถ้าสิ่งที่ทำให้หมดแรงคือความรู้สึกว่างานไม่มีความหมาย หรือความอึดอัดกับคนในที่ทำงาน การกลับมาเจอเงื่อนไขเดิมก็จะรู้สึกเหมือนเดิมเร็วมาก
กรณีแบบนี้การพักอย่างเดียวมักไม่พอ ต้องดูด้วยว่ามีอะไรในเงื่อนไขการทำงานที่พอปรับหรือคุยได้บ้าง
หมดไฟในการเรียน กับ ขี้เกียจเรียน ต่างกันตรงไหน
อาการที่เห็นจากข้างนอกคล้ายกันมาก คือไม่อยากเข้าเรียน ไม่อยากทำการบ้าน แต่ความขี้เกียจมักเป็นบางวิชาบางช่วง ส่วนหมดไฟจะหมดแรงกับการเรียนแทบทั้งหมด รวมถึงวิชาที่เคยชอบ
และมักมาพร้อมความเครียดสะสมเรื่องอนาคต ถ้าเป็นแบบหลัง การเริ่มจากงานชิ้นเล็กและมีคนช่วยประคองมักได้ผลกว่า
ควรไปคุยกับนักจิตวิทยาตอนไหน
ไม่ต้องรอให้หนักจนทนไม่ไหว เกณฑ์ที่ใช้ง่ายกว่าคือ สิ่งที่เราใช้ประคองใจอยู่ทุกวันนี้ เรายังควบคุมมันได้ หรือมันเริ่มควบคุมเราแล้ว ถ้าความเหนื่อยเริ่มกระทบการนอน การกิน
หรือทำให้เราถอยห่างจากคนรอบตัวต่อเนื่องหลายสัปดาห์ การไปคุยสักครั้งคือการเก็บข้อมูลให้ตัวเอง ไม่ใช่การยอมแพ้
บทความทั้งหมดในกลุ่มนี้
- หมด Passion หมดไฟในการทำงาน! ทำอย่างไรต่อ
- ไม่ชอบหัวหน้างาน ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน ทำอย่างไรดี
- หมดไฟในการทำงาน ภาวะ Burnout Syndrome
- ทั้งที่รู้ว่าไม่ดี แต่ทำไมยังหยุดไม่ได้?
- อาการ Burnout Syndrome หมดไฟในการทำงาน
- อยู่เฉยๆ ก็เหนื่อย ไม่ทำอะไรก็รู้สึกเหนื่อย เหนื่อยตลอดเวลา (TATT)
- รู้สึก ไม่มีความสุขกับงานที่ทำ
เรื่องใกล้เคียง
หน้านี้รวมบทความของ Alljit ที่ตอบคำถามเดียวกัน เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย ถ้าตอนนี้รู้สึกไม่ไหว โทร 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง