Alljit Blog
แอป Alljit

หนังสือฮีลใจ หนังและซีรีส์ฮีลใจ ที่ Alljit อ่านและดูมาแล้ว

ถ้าตอนนี้กำลังพิมพ์หาว่าหนังสือฮีลใจอ่านเล่มไหนดี หน้านี้รวมทุกเล่มและทุกเรื่องที่ทีม Alljit อ่านจบและดูจบมาแล้วจริง ๆ พร้อมบอกตรง ๆ ว่าเล่มไหนเหมาะกับความรู้สึกแบบไหน เราไม่ได้เรียงตามความดังหรือยอดขาย แต่เรียงตามว่าตอนนี้ใจกำลังเจออะไรอยู่ เพราะเล่มที่ช่วยคนอกหักกับเล่มที่ช่วยคนเหนื่อยกับงาน มักไม่ใช่เล่มเดียวกัน ทุกหัวข้อมีทั้งบทความให้อ่านและคลิปให้ฟัง เลือกได้ตามแรงที่เหลือในวันนั้น

41 บทความในกลุ่มนี้

ใจกำลังแย่ อยากอ่านอะไรสักเล่ม เริ่มเล่มไหนดี

วันที่ใจแย่จริง ๆ สมาธิมักสั้นลง เล่มหนา ๆ ที่เต็มไปด้วยทฤษฎีจึงมักถูกวางทิ้งไว้แค่หน้าแรก เล่มในกลุ่มนี้เลยเป็นเล่มที่อ่านทีละบทสั้น ๆ ได้ และพูดกับเราด้วยน้ำเสียงที่ไม่เร่งให้รีบหาย ถ้าไม่รู้จะเริ่มตรงไหน Emotional First Aid ของกาย วินซ์ เป็นเล่มที่เป็นรูปธรรมที่สุด เพราะแยกความรู้สึกออกเป็นเจ็ดแบบ ทั้งการถูกปฏิเสธ ความเหงา ความสูญเสีย และการครุ่นคิด แล้วบอกวิธีดูแลทีละแบบ สองบทความท้ายกลุ่มนี้พูดถึงโรคซึมเศร้าโดยตรง เหมาะกับคนที่อ่านเพื่อเข้าใจตัวเองหรือเข้าใจคนใกล้ตัว แต่ถ้าอาการรบกวนการใช้ชีวิตต่อเนื่อง การคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยายังจำเป็นอยู่ หนังสือช่วยให้เข้าใจ แต่ไม่ได้แทนการรักษา

อยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น มีหนังสือจิตวิทยาเล่มไหนแนะนำ

กลุ่มนี้คือเล่มที่ชวนตั้งคำถามกับตัวเอง มากกว่าจะยื่นคำตอบสำเร็จรูปให้ กล้าที่จะถูกเกลียด เป็นเล่มที่คนถามถึงมากที่สุด เพราะพูดตรง ๆ ว่าการพยายามให้ทุกคนพอใจคือต้นทางของความเหนื่อย และการยอมให้บางคนไม่ชอบเรา คือราคาของการได้ใช้ชีวิตแบบที่เลือกเอง The Why Cafe กับ อิคิไก เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าตื่นมาทำไม ส่วน พลังของคนกล้าทำอะไรคนเดียว เหมาะกับคนที่กลัวการอยู่คนเดียวจนยอมอยู่ในวงที่ไม่ใช่ตัวเอง ถ้าอ่านแล้วพบว่าแก่นของปัญหาคือการไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ให้อ่านต่อในกลุ่มเรื่องการเห็นคุณค่าในตัวเองจะตรงกว่า

ความสัมพันธ์ ครอบครัว และคนที่อยู่ด้วยแล้วเหนื่อย ควรอ่านเล่มไหน

ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่หนังสือช่วยได้จริง เพราะทำให้เห็นรูปแบบที่เราอยู่ในนั้นจนชินจนมองไม่เห็น Toxic Parents ของ ดร.ซูซาน ฟอร์เวิร์ด เป็นเล่มที่หนักที่สุดในกลุ่มนี้ แนะนำให้อ่านตอนที่ใจพอมีแรง เพราะมันจะเปิดเรื่องเก่าขึ้นมา อ่านคู่กับ เราต่างเป็นแม่และลูกครั้งแรก จะได้เห็นจากอีกฝั่งหนึ่ง และช่วยลดการโทษตัวเองหรือโทษพ่อแม่แบบสุดทาง ถ้าคนที่ทำให้เหนื่อยคือเพื่อนร่วมงานหรือคนรอบตัว ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย พูดเรื่องการแยกระดับก่อนเลือกวิธีรับมือ ซึ่งใช้ได้จริงกว่าการตัดคนออกอย่างเดียว

คืนนี้อยากดูอะไรเบา ๆ หนังหรือซีรีส์ฮีลใจ ดูเรื่องไหนดี

ใช้ใจดู คือช่วงที่ Alljit ชวนมิ้น พนิดา มิตรวงษา มานั่งคุยเรื่องหนังและซีรีส์ทีละเรื่อง ไม่ได้รีวิวว่าสนุกไหม แต่คุยกันว่าเรื่องนี้ไปแตะอะไรในใจเรา เลือกจากสิ่งที่กำลังเจอได้เลย เศร้าจากการสูญเสียให้ดู Move to Heaven รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรเศร้าให้ดู Inside Out อกหักจากความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะให้ดู 500 Days of Summer เหนื่อยกับการต้องเป็นลูกที่ดีให้ดู Turning Red และวันที่รู้สึกว่าชีวิตยังไม่เริ่มสักที ให้ดู Soul หรือ The Intern ทุกเรื่องมีทั้งบทความให้อ่านและคลิปให้ฟังระหว่างทำอย่างอื่น

ดูหนังแล้วร้องไห้ทุกที เป็นเพราะอะไร

การร้องไห้กับเรื่องที่แต่งขึ้นไม่ใช่เรื่องแปลก ร่างกายหลั่งออกซิโทซินเมื่อเรารู้สึกผูกพันกับตัวละคร สมองจึงตอบสนองคล้ายกับว่าเรื่องนั้นเกิดกับเราเอง แต่บางครั้งน้ำตาก็ไม่ได้มาจากเนื้อเรื่อง มันมาจากเรื่องของเราเองที่ยังไม่ได้จัดการ ในบทความที่คุยกับจิตแพทย์อธิบายไว้ว่าละครหรือซีรีส์ทำหน้าที่เหมือนสวิตช์ที่ไปแตะปมเก่า เช่น ความสัมพันธ์กับพ่อแม่ ถ้าดูเรื่องไหนแล้วอารมณ์ล้นจนกลับมาใช้ชีวิตปกติไม่ได้ ให้หยุดไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาทีหลัง ไม่ต้องฝืนดูให้จบ

อยากอ่านแนวพัฒนาตัวเอง แต่ไม่อยากรู้สึกว่าต้องเก่งขึ้นตลอดเวลา

หนังสือพัฒนาตัวเองมักมาพร้อมความรู้สึกว่าเราต้องรีบดีขึ้น ซึ่งบางวันมันเป็นภาระมากกว่ากำลังใจ เล่มในกลุ่มนี้มาจากรายการอ่านแล้ว อ่านเล่า กับ Mini Reader ที่ Alljit ทำร่วมกับธนานนท์ โดมทอง และเลือกมาเฉพาะเล่มที่พูดเรื่องการลดลง มากกว่าการเพิ่มขึ้น เชื่อเถอะ อย่าเยอะเกิน กับ วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข ว่าด้วยการเลิกแบกเรื่องเล็ก ๆ ส่วน ล้มเหลวแล้วต้องเรียนรู้ กับ Ego is the enemy พูดถึงการล้มโดยไม่ต้องเกลียดตัวเอง และ นอน เปลี่ยนชีวิต เป็นเล่มที่ควรอ่านก่อนเล่มอื่นทั้งหมด เพราะถ้านอนไม่พอ วิธีคิดดี ๆ ก็แทบใช้ไม่ได้

คำถามที่คนถามบ่อย

หนังสือฮีลใจ กับ หนังสือพัฒนาตัวเอง ต่างกันยังไง

หนังสือฮีลใจมักเริ่มจากการยอมรับว่าตอนนี้เราไม่โอเค และชวนให้อยู่กับความรู้สึกนั้นก่อน ส่วนหนังสือพัฒนาตัวเองมักเริ่มจากเป้าหมายว่าอยากเป็นแบบไหน แล้วค่อยเดินไปหา ถ้าตอนนี้ยังเหนื่อยมาก การเริ่มจากเล่มฮีลใจมักไปต่อได้ง่ายกว่า เพราะไม่ได้เพิ่มความรู้สึกว่าเรายังดีไม่พอ

ไม่ค่อยมีเวลาอ่าน ฟังแทนได้ไหม

ได้ ทุกเล่มและทุกเรื่องในหน้านี้มาจากรายการในช่อง Alljit อยู่แล้ว ทั้งอ่านแล้ว อ่านเล่า ใช้ใจดู และ Mini Reader ในบทความจะมีคลิปของตอนนั้นแนบไว้ ฟังระหว่างเดินทางหรือทำงานบ้านได้ แล้วค่อยกลับมาอ่านเฉพาะส่วนที่อยากทบทวน

ใจไม่ดีอยู่แล้ว ดูหนังเศร้าจะยิ่งแย่ลงไหม

ขึ้นอยู่กับว่าดูแล้วได้ระบาย หรือได้จมลงไปอีก ถ้าดูแล้วร้องไห้แล้วรู้สึกโล่งขึ้น นั่นคือการได้ปล่อย แต่ถ้าดูแล้วคิดวนเรื่องเดิมทั้งคืนจนไม่อยากทำอะไรต่อ ให้พักไว้ก่อน แล้วเลือกเรื่องที่อบอุ่นกว่า เช่น Coco หรือ โดราเอมอน ค่อยกลับมาดูเรื่องหนักตอนที่ใจพอมีแรง

อ่านหนังสือจิตวิทยาแทนการไปพบนักจิตวิทยาได้ไหม

หนังสือช่วยให้เรามีคำเรียกความรู้สึกของตัวเอง และช่วยให้รู้สึกว่าไม่ได้เจอเรื่องนี้อยู่คนเดียว แต่หนังสือไม่รู้จักเราเป็นรายบุคคล และประเมินอาการให้ไม่ได้ ถ้าความรู้สึกแย่กินเวลาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ กระทบการนอน การกิน หรือการทำงาน การคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เป็นทางที่ตรงกว่า

อยากเริ่มอ่าน แต่ซื้อมาแล้วอ่านไม่จบสักเล่ม ทำยังไงดี

ลองเริ่มจากเล่มที่บทสั้นและอ่านข้ามได้ เช่น แมวยิ้มง่าย ใช่ว่า แตกสลายไม่เป็น หรือ ภาระที่อมไว้ คายออกมาเถอะนะ ที่อ่านทีละสองสามหน้าก็จบหนึ่งความคิดแล้ว อีกวิธีคือฟังคลิปของเล่มนั้นก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะซื้อไหม จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเล่มที่อ่านไม่จบ

ทำไมบางเล่มที่ดังมากถึงไม่อยู่ในหน้านี้

หน้านี้เลือกเฉพาะเล่มที่เกี่ยวกับการดูแลใจและการเข้าใจตัวเองจริง ๆ เล่มแนวประวัติศาสตร์หรือแนวความสำเร็จที่เราเคยคุยถึงยังอ่านได้อยู่ในเว็บ แต่ไม่ได้อยู่ในรายการแนะนำนี้ เพราะคนที่เข้ามาหาหนังสือฮีลใจมักไม่ได้กำลังตามหาเล่มแบบนั้น

บทความทั้งหมดในกลุ่มนี้

เรื่องใกล้เคียง

หน้านี้รวมบทความของ Alljit ที่ตอบคำถามเดียวกัน เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย ถ้าตอนนี้รู้สึกไม่ไหว โทร 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง