Alljit Blog
แอป Alljit

ค้นหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เริ่มจากตรงไหนดี

ถ้าตอนนี้คุณกำลังพิมพ์คำว่า “ค้นหาตัวเองไม่เจอ” อยู่ แปลว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว คำถามว่าชอบอะไร ถนัดอะไร และจะไปทางไหนต่อ เป็นคำถามที่คนอายุ 15 ถาม และคนอายุ 45 ก็ยังถามอยู่ การค้นหาตัวเองไม่ใช่การหาคำตอบเดียวที่ถูกต้องแล้วจบ แต่เป็นการค่อย ๆ เก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองจากสิ่งที่เราได้ลองทำ สิ่งที่เราทนความยากของมันได้ และสิ่งที่ทำให้เวลาผ่านไปเร็วโดยไม่รู้ตัว หน้านี้รวมบทความและพอดแคสต์ที่ Alljit ทำร่วมกับนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ จัดเรียงตามคำถามที่คนถามกันจริง ๆ ไม่ใช่ตามหมวดหมู่ของเว็บ

41 บทความในกลุ่มนี้

ค้นหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เริ่มยังไงดี

จุดเริ่มต้นที่ทำได้จริงคือเปลี่ยนคำถามจาก “ฉันชอบอะไร” เป็น “ช่วงไหนที่ฉันรู้สึกเป็นตัวเองที่สุด” เพราะคำถามแรกต้องการคำตอบที่ชัดเจนซึ่งเรายังไม่มี ส่วนคำถามหลังต้องการแค่ความทรงจำที่เรามีอยู่แล้ว นักจิตวิทยาที่ร่วมทำบทความในหมวดนี้ชวนสังเกตสามอย่าง คือ สิ่งที่ทำแล้วลืมเวลา สิ่งที่ยอมทนความยากของมันได้ และสิ่งที่ทำเพราะอยากทำจริง ๆ ไม่ใช่เพราะกลัวคนอื่นผิดหวัง ถ้ายังนึกไม่ออก ลองเริ่มจากช่วงที่เงียบที่สุดของวันอย่างก่อนนอน ซึ่งเป็นเวลาที่ความคิดของเราไม่ต้องแข่งกับใคร

ไม่รู้จะเรียนอะไร ไม่รู้จะทำอาชีพอะไร ตัดสินใจยังไงดี

คำถามว่า “จะเรียนอะไร” กับ “จะทำอาชีพอะไร” มักถูกถามพร้อมกัน ทั้งที่สองเรื่องนี้ตอบคนละแบบ เรื่องเรียนตอบด้วยการลองแล้วถอยออกมาได้ ส่วนเรื่องอาชีพตอบด้วยการดูว่าเราอยากอยู่กับปัญหาแบบไหนไปอีกหลายปี นักจิตวิทยาแนะให้วางแผนเป็นขั้น ๆ แบบระยะยาว แทนการรีบหาคำตอบให้ครบในครั้งเดียว เพราะความรีบส่วนใหญ่มาจากแรงกดดันของครอบครัว เพื่อน และสังคมรอบตัว มากกว่ามาจากตัวเราเอง ส่วน passion ไม่ใช่สิ่งที่ต้องมีให้ครบก่อนเริ่ม หลายครั้งมันค่อยโตขึ้นหลังจากเราทำสิ่งนั้นจนเริ่มทำได้ดี และการหมด passion กลางทางก็ไม่ได้แปลว่าเลือกผิดเสมอไป

อายุเท่านี้แล้วยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ผิดปกติไหม

ความรู้สึก “ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน” มาเยือนคนละหน้าตาในแต่ละช่วงวัย ถ้าคุณยังเป็นวัยเรียน เริ่มอ่านจากหกลิงก์แรกของหมวดนี้ได้เลย เพราะมันมาในรูปของเกรด ความคาดหวังของพ่อแม่ และการไม่มีพื้นที่ตัดสินใจเอง ช่วงอายุ 18-30 ปีมันมาในชื่อ quarter-life crisis ซึ่งงานวิจัยอธิบายว่าเป็นวิกฤตทางพัฒนาการที่ผ่านไปเป็นสี่ระยะ ตั้งแต่รู้สึกติดขัด ต่อสู้กับความทุกข์ เริ่มลงมือเปลี่ยน แล้วกลับมาตั้งหลักได้ ส่วนวัยกลางคนมันมาในรูปของการทบทวนสิ่งที่เลือกไปแล้ว การรู้ว่าความรู้สึกนี้มีชื่อและมีลำดับ ช่วยให้เราเลิกคิดว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่ผิดปกติ

รู้สึกตัวเองล้มเหลว ก้าวต่อไม่ได้ ทำยังไงดี

ความล้มเหลวเจ็บที่สุดตรงที่มันชวนให้เราสรุปตัวเองทั้งคนจากเหตุการณ์เดียว สิ่งที่นักจิตวิทยาชวนทำคือแยก “สิ่งที่เกิดขึ้น” ออกจาก “ฉันเป็นคนแบบไหน” เพราะอย่างแรกแก้ไขและลองใหม่ได้ ส่วนอย่างหลังไม่ได้ถูกตัดสินจากครั้งเดียว อีกกับดักหนึ่งคือการเทียบตัวเองกับคนที่กำลังไปได้ดี ซึ่งเราเห็นแค่ผลลัพธ์ของเขา ไม่เห็นช่วงที่เขาติดขัด และถ้าใจยังวนกลับไปที่อดีตบ่อย ๆ นั่นไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ โดยธรรมชาติสมองจำเรื่องที่เจ็บได้แม่นกว่าเรื่องที่ดีอยู่แล้ว

อยากเริ่มต้นใหม่ ตั้งเป้าหมายยังไงไม่ให้ล้มกลางทาง

การเริ่มต้นใหม่ล้มบ่อย เพราะเราตั้งเป้าหมายจากภาพของวันที่ดีที่สุด ไม่ใช่จากสิ่งที่ยังทำได้ในวันที่แย่ที่สุดของสัปดาห์ วิธีที่อยู่ได้นานกว่าคือทำให้เป้าหมายเล็กจนไม่มีข้ออ้าง แล้วนับชัยชนะเล็ก ๆ เป็นหลักฐานว่าเราเปลี่ยนได้จริง ช่วงปีใหม่เป็นจังหวะดีที่จะทบทวน แต่ก็เป็นช่วงที่กดดันที่สุดเช่นกัน การไม่มี New Year’s Resolution ในปีที่เหนื่อยมากไม่ใช่ความล้มเหลว และถ้าปีที่ผ่านมามีบางอย่างที่ควรวางลง การตั้งใจทิ้งก็นับเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่ง

อยากรู้จักตัวเองมากขึ้น มีอะไรให้ลองทำเองบ้าง

สามอย่างที่ทำให้การรู้จักตัวเองจับต้องได้คือ เขียน วาด และย้อนกลับมาอ่าน หมวดนี้คือแบบฝึกหัดที่ทำคนเดียวที่บ้านได้ ใช้เวลาครั้งละ 10-20 นาที ไม่ต้องเขียนสวยและไม่ต้องวาดเก่ง ลองเขียนจดหมายถึงตัวเองในวันที่เจ็บปวด วาด self-portrait เพื่อดูว่าเราเห็นตัวเองเป็นแบบไหน มองด้านที่เราไม่อยากยอมรับของตัวเอง และจดสิ่งดี ๆ ประจำวันเพื่อฝึกให้สมองเก็บข้อมูลอีกด้านของชีวิตไว้บ้าง ทำซ้ำสัก 2-3 สัปดาห์แล้วย้อนกลับไปอ่านทั้งหมดรวดเดียว คุณมักจะเห็นรูปแบบบางอย่างที่ตอนเขียนไม่ทันสังเกต

คำถามที่คนถามบ่อย

ค้นหาตัวเองไม่เจอ ผิดปกติไหม

ไม่ผิดปกติ และไม่ใช่อาการของโรคใด ๆ คำถามเรื่องตัวตนเป็นงานทางใจที่วนกลับมาได้หลายรอบในชีวิต ไม่ใช่โจทย์ที่ตอบครั้งเดียวแล้วจบ สิ่งที่ทำให้ทรมานมักไม่ใช่การที่เรายังไม่รู้ แต่เป็นความเชื่อว่าคนอื่นรู้กันหมดแล้วมีเราคนเดียวที่ยังไม่รู้

ต้องทำแบบทดสอบบุคลิกภาพหรือแบบทดสอบอาชีพก่อนไหม

แบบทดสอบใช้เป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนากับตัวเองได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นคำตัดสิน เพราะผลสะท้อนแค่ความรู้สึกในช่วงเวลาที่เราทำ ข้อมูลที่แม่นกว่าคือสิ่งที่เราลงมือทำจริงแล้วรู้สึกอย่างไร ลองจดบันทึกไว้สัก 2-3 สัปดาห์แล้วอ่านย้อน จะเห็นรูปแบบชัดกว่าผลทดสอบครั้งเดียว

พักเรียนไป gap year เพื่อค้นหาตัวเอง เสียเวลาไหม

ในไทยยังไม่ค่อยคุ้นชิน แต่หลายประเทศถือเป็นเรื่องปกติ ช่วงเว้นว่างมักยาว 3 เดือนถึง 1 ปี และถูกใช้ไปกับการเดินทาง ลงเรียนสิ่งที่อยากเรียน หรือเป็นอาสาสมัคร สิ่งที่ทำให้ช่วงนี้มีค่าไม่ใช่ความยาวของมัน แต่คือการมีแผนคร่าว ๆ ว่าจะลองอะไร และตั้งใจไว้ล่วงหน้าว่าจะกลับเข้าเส้นทางเมื่อไหร่

quarter-life crisis คืออะไร เกิดตอนอายุเท่าไหร่

เป็นคำที่ใช้อธิบายช่วงสับสนของวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ราวอายุ 18-30 ปี สิ่งที่พบบ่อยคือรู้สึกติดขัด อารมณ์แปรปรวน และรู้สึกเหมือนตัวเองค้างอยู่ตรงกลางระหว่างคำว่าวัยรุ่นกับผู้ใหญ่ มีการอธิบายว่ามันผ่านไปเป็นสี่ระยะ ตั้งแต่เริ่มรู้ตัว ต่อสู้ เริ่มลงมือเปลี่ยน จนกลับมาตั้งหลักได้ คำนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค แต่เป็นชื่อเรียกช่วงเปลี่ยนผ่าน

อายุ 30 หรือ 40 แล้วเพิ่งรู้สึกว่าเลือกทางผิด สายเกินไปไหม

การกลับมาทบทวนสิ่งที่เลือกไว้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในวัยกลางคน และไม่ได้แปลว่าที่ผ่านมาเสียเปล่า สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าการรื้อทั้งชีวิตในครั้งเดียว คือเปลี่ยนทีละส่วนเล็ก ๆ แล้วสังเกตว่าความรู้สึกดีขึ้นตรงไหน หลายคนพบว่าสิ่งที่อยากเปลี่ยนจริง ๆ ไม่ใช่ตัวอาชีพ แต่เป็นจังหวะชีวิตหรือความสัมพันธ์รอบตัว

ความรู้สึกแบบนี้ควรไปคุยกับนักจิตวิทยาตอนไหน

ถ้าความสับสนอยู่กับเราจนกระทบการนอน การกิน การเรียน หรือการทำงาน ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ การคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เป็นทางเลือกที่ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น การไปคุยไม่ได้แปลว่าต้องป่วยก่อน และไม่ใช่การให้คนอื่นมาตัดสินใจแทนเรา แต่คือการมีคนช่วยตั้งคำถามที่เราถามตัวเองไม่ถูก

บทความทั้งหมดในกลุ่มนี้

เรื่องใกล้เคียง

หน้านี้รวมบทความของ Alljit ที่ตอบคำถามเดียวกัน เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย ถ้าตอนนี้รู้สึกไม่ไหว โทร 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง